ชัยชนะ ของ ยูดาส อิสคาริออต

Fun88style=”width: 550px; height: 306px;” />

โทษฐานที่เคยเป็นทวยเทพเทวดาแห่ง สแตมฟอร์ด บริดจ์ มาก่อน กุนซือปีศาจแดงคนเดี๋ยวนี้อย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เลยถูกแฟนบอลบางพวกของ เชลซี เรียกอย่างไม่ให้เกียรติว่า ''ยูดาส''
"ยูดาส" (Judas) อันเป็น ยูดาส อิสค้างริออต หนึ่งในอัครราชทูตของพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้คาบข่าวไปบอกทหารโรมันว่าผู้ใดคือพระเยซูจนถึงทำให้ท่านถูกจับไปตรึงบนไม้กางเขนนั่นแล ด้วยเหตุผลดังกล่าว & ฉะนี้ คำว่า "Judas" ก็เลยแปลเป็นอิสระได้ว่า "ไอ้คนทรยศหักหลัง"
ย้อนกลับไปในเกมที่ เชลซี บรรจงถีบ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุด เอฟเอ คัพ เมื่อช่วงเวลากลางเดือนเดือนมีนาคมก่อนหน้าที่ผ่านมา กองเชียร์เจ้าถิ่นแผดเสียงโห่ไล่พลางขับร้องล้อเลียนอดีตผู้จัดการทีมของตนที่บุกมาเยี่ยมว่าเป็น "ยูดาส"
ข้างหลังแพ้ศึกคราวนั้นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ – โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เลยส่งข่าวสารถึงกองเชียร์กรุ๊ปนั้นว่า…ก็ไอ้คนทรยศหักหลังคนนี้มีใช่หรือที่เคยเสกให้ทีมของพวกมึงครองแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 ยุค!
อืมมมม…บางครั้งบางคราวผมก็รู้สึก "พ่อไม่เข้าใจตุ้ม" อย่างหนักกับแฟนบอลบางจำพวกในยุคปัจจุบัน เฉพาะอย่างยิ่งกับแฟนบอลรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในยุคที่โลกเน่าๆของพวกเราถูกครอบครองด้วยระบบโซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค อันก่อให้เกิดแฟนบอลจำพวกผ่าเหล่าที่ชาวบ้านเรียกขานว่า "เกรียนคีย์บอร์ด" ขึ้นมา แฟนบอลจำพวกนี้ชอบตั้งใจจริงกับทุกเรื่อง สัมผัสไม่ได้ โดนล้อเลียนไม่ได้ รวมทั้งแพ้ไม่เป็น แถมหมดอารมณ์ขันอีกต่างหาก
แน่นอนว่าแฟนบอลจำพวกนี้สามารถพบได้อย่างชุกชุมอยู่ในโลกเหมือนจริงนี่แหละ
บางครั้งบางคราวกองเชียร์ของ เชลซี จำพวกนี้บางทีอาจกำเนิดไม่ทันในยุคแรกที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ดึงความใหญ่โตกลับมาให้ เชลซี อีกทีเมื่อทศวรรษที่แล้ว หรือแกล้งโง่ หรือปัญญาอ่อนเกินกว่าที่จะรู้เรื่องอะไรก็ไม่รู้จัก ทั้งที่ข้อเท็จจริงมันก็พึ่งจะผ่านไปไม่นานสักเท่าไหร่พวกเขาถึงไม่เคยทราบว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่เคยทรยศหักหลัง เชลซี มิหนำดูเหมือนจะเป็น เชลซี ด้วยที่ทรยศหักหลัง โชเซ่ มูรินโญ่
ตอนวางก้นอยู่บนตำแหน่งผู้จัดการทีมสิงห์บลูส์ กุนซือชาวขนมฝอยทองคำผู้นี้ทำทุกอย่างเพื่อความสำเร็จของชมรม แม้จะต้องแลกมาด้วยความเกลียดก็ตาม แต่ทว่าผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาคือการถูก "ทรยศ" ถึง 2 ครั้ง 2 ครั้ง
ถ้าเกิดผู้ใดไม่เชื่อ เวลาพบตัวเป็นๆของ "มูมู่" ก็ลองขอพี่มึงดูแผ่นข้างหลังได้เลยนะครับ หากพี่มึงยอมเปิดให้ดู คุณจะพบอะไรที่เรียกว่า "รู" อยู่บริเวณกึ่งกลางข้างหลังถึง 2 รู
รูอันดับหนึ่ง – พี่มึงถูกเจ้าของทีมชาวรัสเซียเอามีดปากฉลามที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ยุคที่ยังใช้ชื่อว่าโซเวียตทิ่มแทง ข้างหลัง เชลซี สูญเสียความใหญ่โตให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนถูกขับไล่ออกจาก เดอะ บริดจ์ พร้อมเงื่อนไขล้นหลาม เช่นห้ามรับงานผู้จัดการทีมโดยทันที รวมทั้งห้ามเป็นกุนซือให้ทีมอื่นในอังกฤษภายในเวลา 1 ปี
จนถึงแผลฉกรรจ์จากมีดปากฉลามสมานกันดีก็เลยกลับมาจูบปากกันใหม่ ครั้งนี้ "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" ช่วยทำให้ เชลซี กลับมาผงาดง้ำค้ำเมืองหลวงลูกหนังอีกที
แต่ทว่าเพียงฤดูถัดมาที่กุนซือผู้ทะนงตัวถูกสมาชิกตัวเองเอามีดปลายแหลมสำหรับหั่นปลามากุโระ ความยาว 1 ฟุตกว่าๆกะซวกเข้าที่เข้าทางกึ่งกลางข้างหลังทะลุถึงหัวใจเป็นรูที่ 2 ในชีวิต
เท่านั้นยังไม่พอ สมาชิกของเขาบางคนยังสั่งซื้อ "เชนซอว์" (Chainsaw) จากรัฐเท็กซัส เพื่อเอามาเลื่อยขาเก้าอี้ผู้จัดการทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ จนถึงขาดสะบั้น ทำให้พี่มึงถูกโคตรมหาเศรษฐีชาวรัสเซียคนเดิมขับไล่ออกจากอาณาจักร สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นคำรบที่ 2

เมื่อไม่มีพันธะคำสัญญาหัวใจใดๆก็ตามต่อกันแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ก็มีสิทธิ์ร่วมงานกับท่านภูตผีปีศาจ หรือชมรมไหนก็ได้โดยไม่ผิดข้อตกลงรวมทั้งมรรยาทไม่ใช่หรือ?
นอกเหนือจากนั้น เชลซี กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ใช่คู่ควง-คู่ปรับ, คู่เวร-คู่กรรม หรือคู่บารมี-คู่บรรพชาของกันและกันในประวัติศาสตร์ลูกหนังซะหน่อย
ที่สำคัญคือในการพบกัน 2 ทีแรกของฤดูนี้ เชลซี ก็เป็นฝ่ายมีชัยอย่างงดงามทั้ง 2 ครั้ง
มันขาดเหตุผลอันใดเลยนะครับที่แฟนบอล เชลซี บางพวกจะไปเรียกอดีตกุนซือทีมตัวเองว่า "ยูดาส"
นั่นคือเหตุผลที่กล่าวว่าทำไม โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงยกสามนิ้วพลางเอากำปั้นขวาตีไปบนทรวงอกข้างซ้ายของตนที่มีตราปีศาจสามง่ามประทับอยู่ เช่นต้องการบอก "แฟนเก่า" ของตนว่า "ไอ้เชี่ย!…ข้าไปฆ่าพ่อมึงเหรอ?" เอ๊ย! ไม่ใช่ เช่นต้องการบอก "แฟนเก่า" ของตนว่า "กูนี่แหละที่เสกให้ทีมของพวกมึงครอบครองแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 ยุค รวมทั้งขณะนี้ข้าคือปีศาจแดง"
รู้เรื่องว่าพี่มึงคงจะโกรธแค้นฝังหุ่นมากมายนะครับที่แพ้ทีมเก่าของตน 2 นัดติดต่อกัน – โดนไป 5 ดอกเน้นย้ำๆโดยเอาคืนไม่ได้เลย แถมถูกสบประมาทว่าเป็นไอ้ทรยศหักหลังอีก
การเผชิญหน้ากับ เชลซี เป็นครั้งที่ 3 ในช่วงฤดูกาลก็เลยถือได้ว่าเป็นการศึกครั้งสำคัญที่สุดคราวหนึ่งในชีวิตของ โชเซ่ มูรินโญ่ เลยทีเดียว!
มันก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิด "สูตรพิเศษ" ที่กุนซือวัย 54 กะรัตผู้คั่งแค้นผู้นี้คิดค้นขึ้นมาเพื่อกำราบทีมเก่าของตนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
นั่นคือระบบการเล่นแบบ 2-2-4-2 ที่เป็นลูกผสมระหว่างสูตร 4-4-2 กับ 3-5-2
สูตรนี้มีผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค 2 ตัวอย่าง เอริก ไบยี่ กับ มาร์กอส โรโฮ ที่เป็นราวกับเสาหิน 8 ศอกตอกเป็นหลัก – ขยับขึ้นไปคือผู้เล่นในตำแหน่งพิเศษอีก 2 คนอย่าง อันเดร์ เอร์เรร่า กับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน รอปฏิบัติหน้าที่ตามประกบ เอแด็น อาซาร์ กับ เปโดร 2 กองหน้ากึ่งปีกของ เชลซี ในแบบ "มึงไปไหน ข้าขอไปด้วยคนนะครับ"
สำหรับ 4 ตรงกลาง ประกอบด้วยมิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน มารูยาน เฟลไลนี่ กับ ปอล ป็อกบา ประกบข้างด้วยแบ็คกึ่งปีกอย่าง อันโตนิโอ วาเลนเซีย กับ แอชลี่ย์ ยัง ส่วนกองหน้า 2 สาวใช้ผู้เล่นที่มีความกระชุ่มกระชวยรวมทั้งเร็วทันใจอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เจสซี่ ลินการ์ด ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่กล่าวว่าทำไม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ถึงเป็นเพียงแต่ผู้เล่นสำรอง
กลยุทธคือให้ อันเดร์ เอร์เรร่า กับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน จับตายกองหน้ากึ่งปีกที่เป็นตัวทำเกมรุกของ เชลซี ในระบบ 3-4-3
นั่นพอๆกับว่าทั้ง เอแด็น อาซาร์ กับ เปโดร จะถูกตัดทิ้งจากเกมไปโดยปริยาย ขณะที่หัวหอกผู้เดียวอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า จะต้องพบรุมรุมจากทั้ง เอริก ไบยี่ รวมทั้ง มาร์กอส โรโฮ
มิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน รอทำลายจังหวะคู่ปรปักษ์รวมทั้งเชื่อมเกม
วิง-แบ็ค ทั้ง 2 ข้างวิ่งขึ้นวิ่งลง ปฏิบัติหน้าที่ทั้งรุกรวมทั้งรับ
สำหรับกองหน้า 2 คน นอกเหนือจากจะมีความเร็วกว่ากองหลังของ เชลซี แล้วยังมีความขยันพลางไล่บดบี้รวมทั้งซอยยิกไม่หยุดยั้งตั้งแต่ในดินแดนของคู่ปรปักษ์
เมื่อผู้เล่นปีศาจแดงวิ่งมากกว่าพลางเล่นอย่างมีระบบระเบียบระเบียบบนความจริงจังรวมทั้งทุ่มเทเต็ม 80,000 ตีนถีบ ก่อนหาจังหวะรุกรานอย่างฉาบฉวยให้น้อยจังหวะ
ผลที่ออกมา นอกเหนือจากจะกะซวกชัยอย่างสวยงาม ด้วยสกอร์ 2-0 แล้วยังไม่อนุญาตให้ เชลซี ยิงตรงกรอบเลยสักครั้ง!

อันที่จริง "สูตรพิเศษ" แบบเฉพาะกิจสูตรนี้ถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่เกมที่แล้วในศึก เอฟเอ คัพ ซึ่งเกมนั้น ฟิล โจนส์ ถูกวางไว้เป็นตัวพิเศษรอลุกลามโซ่ เอแด็น อาซาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
รูปเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ด้อยกว่าเจ้าถิ่นเลยด้วย จนถึงแผนดันมาแตกเสียก่อน ด้วยเหตุว่าความปัญญาอ่อนของผู้ตัดสินเฮงซวยอย่าง ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ที่ไล่ อันเดร์ เอร์เรร่า ออกจากสนามแบบไม่มีเหตุผล
มันก็น่าคิดเช่นกันนะครับว่าถ้าเกิดเกมนั้น "พี่น้อย" ไม่โดนไล่ออกเสียก่อน ผลจะออกมาอย่างไร
ท้ายที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็หยุดสถิติไม่ชนะ เชลซี อย่างนานเอาไว้ที่ 12 นัดหมาย (นับตั้งแต่ปี 2012) แต่ทว่ามันจะต้องแลกมาด้วยการสูญเสียพลังงานอย่างมากมาย ซึ่งเดือนเมษายนผ่านไปแค่กลางทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ซอยยิกไปแล้วถึง 5 นัดหมาย
บางครั้งบางคราวมันบางทีอาจมีผลกระทบถึงเกมถัดไปก็ได้ผู้ใดจะไปทราบ ??? แต่
โชเซ่ มูรินโญ่ สามารถชำระโกรธแค้นทีมเก่าที่เคยแทงตัวเองจากด้านหลังได้อย่างสม
แถมชัยชนะของ "ยูดาส" ในนัดหมายนี้ยังทำให้ช่องว่างระหว่างการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกลดน้อยลงเหลือเพียง 4 แต้มอีกต่างหา
กับอีก 6 เกมที่เหลือในช่วงฤดูกาลนี้ เชลซี ยังถือไพ่เหนือกว่า สเปอร์ส นะครับ ด้วยเหตุว่าพวกเขาพบโปรแกรมที่เบากว่า
เพียงแค่อย่าพลาดมาแล้วกัน

ส่องดูประตู 2 บานของผีแดง

ประตูสู่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของพวกพ้องปีศาจแดงและทุ่งนาต่อไปนี้มีอยู่ร่วมกัน 2 บาน

บานแรกคือต้องจบฤดูด้วยชั้น 2 ถึง 4 ของพรีเมียร์ลีกให้จงได้ (ชั้น 1 เชลซี จองไว้เรียบร้อย)

บานถัดมาคือต้องได้แชมป์ ยูโรปา ลีก เพียงสถานที่เดียวเท่านั้น

ถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด กะซวกแชมป์ ยูโรปา ลีก ในฤดูนี้ได้สำเร็จ พวกเขาจะได้ไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูหน้าอย่างแน่แท้ แถมเข้ารอบแบ่งกลุ่มเลย ไม่ต้องมา "เพลย์-ออฟ" ให้เสียเวล่ำเวลา

สมมุติว่าถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด ครองแชมป์ถ้วยเล็กของยุโรปได้สำเร็จ แต่ไม่ติด 4 อันดับแรกของตารางพรีเมียร์ลีก ถามว่ากลุ่มจากอังกฤษจะได้เข้าร่วมศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งสิ้นกี่กลุ่ม?

หัวข้อนี้เป็นที่แย้งกันมาตลอด
เพื่อความเด่นชัดและเข้าใจตรงกัน ผมขออนุญาตชี้แจงถึงหัวข้อนี้เป็นข้อๆหลังจากทำการค้นหาข้อมูลและศึกษากฏข้อตกลงอย่างละเอียดถี่ถ้วน

1. ถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก แต่ดันไม่ติด 4 อันดับแรกของตาราง กลุ่มจากอังกฤษจะได้ไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งสิ้น 5 กลุ่ม

ย้ำอีกครั้งว่า 5 กลุ่มครับ และนั่นนับได้ว่ากลุ่มชั้น 4 พรีเมียร์ลีก ได้ไปเล่นแน่ๆ – อันนี้ขอรับรองหนักแน่น

เรื่องที่ทำให้ประชาชนรู้ผิดอย่างจงหนัก คือเมื่อฤดูที่แล้ว เซบิญ่า ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก แต่หลุดจากการเป็น 1 ใน 4 อันดับแรกของตาราง ลา ลีกา – ประเทศสเปน ก็เลยได้โควต้าทั้งสิ้น 5 กลุ่ม ทว่า บียาเรอัล กลุ่มชั้น 4 ดันพลาดท่าพ่าย โมนาโก ที่ฝรั่งเศสในรอบเพลย์-ออฟ เสียก่อน ทำให้กลุ่ม "เรือดำน้ำสีเหลือง" มิได้เข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม ประชาชนเลยรู้ผิดคิดว่ากลุ่มจากดินแดนวัวกระทิงดุได้เข้าไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 กลุ่ม โดยกลุ่มชั้น 4 อย่าง บียาเรอัล ถูกแชมป์ ยูโรปา ลีก อย่าง เซบิญ่า แทรกออกไป

2. ต่อคำถามที่ว่าในฤดู 2011-12 เชลซี ครองแชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรป แต่จบชั้น 6 ของพรีเมียร์ลีก ทำให้พวกเขาได้เข้าไปเล่นในฐานะแชมป์เก่า ในขณะที่กลุ่มชั้น 4 ของตารางอย่าง สเปอร์ส ต้องอดไปเล่นในถ้วยใหญ่ยุโรปซะงั้น

เหตุเพราะในขณะนู้น "ยูฟ่า" ยังมิได้แก้กฏ โดยอนุญาตให้แต่ละประเทศมีสิทธิ์เข้าร่วมศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นจำนวนสูงสุดที่ 4 กลุ่มเท่านั้น มากกว่านี้มิได้

'น้องไก่' ที่อุตส่าห์ได้ชั้น 4 พรีเมียร์ลีกในฤดูนั้นเลยโชคร้ายไปด้วยเหตุฉะนี้

3. เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ยูฟ่า ก็เลยกระทำการแก้กฏใหม่ โดยมอบ "สิทธิพิเศษ" ให้ผู้ครอบครองตำแหน่งแชมป์ ยูโรปา ลีก เข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เลย (ดังนี้เพื่อเพิ่มแรงกระตุ้นให้แต่ละกลุ่มเน้นในรายการนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆ) เวลาเดียวกันก็เพิ่มโควต้าให้กลุ่มจาก ประเทศสเปน, เยอรมัน และอังกฤษ ทั้งสิ้นเพียงแค่ 3 ประเทศ สามารถเข้าร่วมศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นจำนวนสูงสุดที่ 5 กลุ่ม (ในกรณีที่แชมป์ ชปล.หรือ ยูโรปา ลีก ไม่ติดท็อปโฟร์) เนื่องมาจากสโมสรจากทั้ง 3 ประเทศนี้มีสัมประสิทธิ์ในถ้วยนี้ดียิ่งกว่าสโมสรจากประเทศอื่นๆในยุโรป

4. ย้อนกลับไปในฤดู 2004-05 ลิเวอร์พูล ครองแชมป์ยุโรปเป็นอย่างมากใหญ่ (อันทำให้เกิดกลุ่มคำว่า "แชมป์ยุโรป 5 สมัย" ที่เด็กหงส์ชอบประกาศให้ประชาชนได้รับทราบ) แต่ฤดูนั้น ผู้ร่วมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ ดันไม่ติด 4 อันดับแรกของพรีเมียร์ลีก นั่นคือทีแรกที่เรื่องราวแบบงี้เกิดขึ้น ทำให้ "ยูฟ่า" เพิ่มโควต้าให้กลุ่มจากอังกฤษเป็นกรณีพิเศษเป็น 5 กลุ่ม โดยไม่ตัดชั้น 4 (เอฟเวอร์ตัน) ออกไป แล้วค่อยกลับมาเป็น 4 กลุ่มเหมือนเดิมในฤดูถัดมา ก่อนที่จะแก้กฏใหม่จากที่เรียนไว้ในข้อ 3

5. กรณีเดียวที่กลุ่มชั้น 4 พรีเมียร์ลีกในซีซั่นนี้จะอดไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องครองแชมป์ ยูโรปา ลีก โดยที่ตนเองไม่ติด 4 อันดับแรก และ เลสเตอร์ สิตี้ ทะลึ่งครองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จนั่นแหละ

หวังว่าคงแจ่มกระจ่างครับ จะได้ไม่ต้องสงสัยหรือแย้งกันอีก

ต่อไปนี้กลับไปที่ประตูสู่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งW882 บานของ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกครั้ง

บานที่ 1 คือต้องติด "ท็อปโฟร์" ให้ได้ โดยถ้าได้ชั้น 4 ก็ต้องลงเล่นตั้งแต่รอบเพลย์-ออฟ

สถานการณ์ล่าสุด ผู้ร่วมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ สามารถสลัดชั้น 6 ที่กอดเอาไว้อย่างแนบแน่นแบบเต็มทีเป็นเวลากว่า 100 วันได้สำเร็จแล้วครับ

ช่วงนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตามหลังกลุ่มชั้น 4 ของตารางอย่าง ลิเวอร์พูล อยู่เพียง 4 แต้ม แถมแข่งขันน้อยกว่าถึง 2 นัด

มีความหมายว่าถ้าเกิดกะซวกชัยได้ทั้ง 2 นัด ในเกมหลงเหลือ กลุ่มปีศาจแดงก็จะมีแต้มมากกว่าหงส์แดงโดยทันที

ปัญหาของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือ 11 นัดที่หลงเหลืออยู่ในฤดูนี้ของพวกเขามีศึกหนักระดับอภิพญามหายุทธให้ต้องพบเจออีกถึง 4 นัด

– เชลซี ในวันที่ 16 เดือนเมษายน (โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด)

– ศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ในวันที่ 27 เดือนเมษายน (เอติเตียนฮัด สเตเดี้ยม)

– อาร์เซน่อล ในวันที่ 6 เดือนพฤษภาคม (เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม)

– สเปอร์ส ในวันที่ 13 เดือนพฤษภาคม (ไวท์ ฮาร์ท เลน)

นี่คือ "บิ๊กแมตช์" ทั้ง 4 เกมที่เหลือของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูนี้ ในขณะที่ ลิเวอร์พูล ไม่ต้องเจอกับกลุ่มที่ขนาดใหญ่กว่าตนเองอีกแล้ว

เฉพาะอย่างยิ่งในม.ย.เพียงเดือนเดียว พวกพ้องปีศาจแดงต้องลงเตะแบบลืมติ๋มถึง 9 นัดร่วมกัน!

ต้องเซิ้งกับคู่ปรปักษ์จนถึงขาลากถึง 9 นัดไม่พอ อาการขาดผู้เล่นสำคัญดันบุกมาเยี่ยม แมนฯ ยูไนเต็ด เอาปัจจุบันนี้เข้าให้อีก

ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง, ปอล ป๊อกบา และมารูยาน เฟลไลนี่ มีลักษณะอาการบาดเจ็บครับ ในขณะที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ อันเดร์ เอรร่า เหลือโทษแบนอีกคนละ 1 นัด ส่วน บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ กับ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากกลุ่มไปแล้ว

โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังจะประสบปัญหาในการจัดกลุ่มอย่างเป็นไปไม่ได้เลี่ยง ตั้งแต่วันเสาร์นี้เป็นต้นไป แถมยังต้องสลับสับเปลี่ยนหมุนวนผู้เล่นให้เหมาะสมกับเกมมากที่สุดในตอนหฤโหดนี้อีกต่างหาก

มันก็เลยทำให้เกิดคำถามที่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะทิ้งแนวทางการทำชั้นในพรีเมียร์ลีกไปเลยดีไหม เพื่อเบนเป้าไปที่ ยูโรปา ลีก เพียงรายการเดียวไปเลย

ตกลงใจทิ้งพรีเมียร์ลีก ด้วยการจัดตัวสำรองหรือดาวรุ่งลงในสนามพลางเก็บผู้เล่นตัวหลักไว้ในเกมสำคัญเท่านั้น โดยเฉพาะในศึก ยูโรปา ลีก ที่เดินทางมาถึงรอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุดแล้ว

แบบงี้ "มูมู่" คงทำใจทุกข์ยากลำบากอยู่เช่นเดียวกันครับ ในเมื่อคุณอุตส่าห์ไล่บี้กลุ่มชั้น 4 เหลือแค่ 4 แต้มเท่านั้น โดยมีเกมในกำมืออีกถึง 2 นัด

อุตส่าห์ปีนป่ายมาเต็มที่นี้แล้ว มันคงโชคร้ายห่วยเลยครับ ถ้าต้องฝืนใจทิ้งการช่วงชิงชั้น 3 หรือ 4 ไปทั้งๆที่จังหวะยังคงเปิดกว้าง

สำหรับประตูบานที่ 2 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือตำแหน่งแชมป์ ยูโรป้า ลีก ซึ่งถึงช่วงนี้เส้นทางสู่ตำแหน่งแชมป์เหลือแค่ 5 เกมเท่านั้น

แล้วดูชื่อคู่ปรปักษ์ที่หลุดเข้ามาในรอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุด ขอบอกว่าไม่มีกลุ่มไหนที่ชื่อชั้น – เกียรติ – ศักยภาพ และฟอร์มการเล่นที่เหนือกว่าปีศาจสามง่าม ทั้ง อันเดอร์เลชท์, เซลต้า บีโก้, เทียมงค์, อาแจ๊กซ์, ชาลเก้, ลียง และเบสิคตัส

แบบงี้ถ้าเกิดมิได้เข้าถึงชิงฯ เป็นอย่างน้อย นับว่า "เสียสุนัข" ครับ

ถ้าทะลึ่งไม่ได้แชมป์ ขอบอกว่าโชคร้ายมาก เนื่องจากคงไม่ได้โอกาสที่งดงามกว่านี้อีกแล้ว

ประหนึ่งมีหญิงสาวที่สวย เพียบพูนด้วยเสน่ห์ น่ารักน่าเอ็นดู และเย้ายวนกำลังเต้นระบำอย่างยั่วอยู่ข้างหลังประตูทั้ง 2 บานจนถึงเลือกผิดนั่นแหละ แม้ประตูบานหนึ่งจะน่าเข้าไปมากกว่า แต่ก็ตัดประตูอีกบานออกไปไม่ลงหรอก

ในเมื่อมีประตูถึง 2 บานเปิดอยู่ตรงหน้า แถมข้างหลังประตูมีสาวสวยกำลังโก่งบั้นท้ายพลางกวักมือเรียกให้เข้าไปกะโผลกกะเผลก เชื่อว่ากุนซือผู้มีลักษณะอาการทางด้านจิตอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ จะไม่ตกลงใจเลือกเข้าประตูเพียงบานเดียวอย่างแน่แท้ครับผม

เพียงแต่นั้นอาจไม่มีความต่างจากการจับปลา 2 มือ

เมื่อเลือกประตูบานใดบานหนึ่งมิได้ก็ได้โอกาสเหมือนที่จะพุ่งชนเสาตรงกลางระหว่าง 2 ประตูจนถึงหงายท้องลงไปชักกับพื้น ซึ่งถ้าเกิดเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆเรียนตามตรงว่าไม่ได้อยากจะคิดเลยครับผมคุณ

ดังนั้น & ฉะนี้

นี่คือบทพิสูจน์ความสามารถของ โชเซ่ มูรินโญ่ อีกครั้งว่าจะจัดแจงกับสถานการณ์ที่ลักลั่นแบบงี้ยังไง โดยคาดว่าพี่มึงจะว่ากันไปทีละนัด-ทีละนัด พลางปลดปล่อยให้สถานการณ์เฉพาะหน้าเป็นตัวกำหนดว่าเขาจำเป็นที่จะต้องตกลงใจยังไง

ผีแดง ทําประวัติศาสตร์ทีมแรกพรีเมียร์ทะลุ 2000 แต้ม

ปีศาจแดง ทำ สถิติเป็นทีมแรกในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษที่ทำคะแนนได้ครบ 2000 แต้ม

เกมเปิดบ้านชนะวัตฟอร์ดด้วยสกอร์ 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาด้วยยิงประตูของฆวน มาต้าและอ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ช่วยให้ทีมคว้าชัย และทำคะแนนขึ้นเป็นอันดับ 5 ในขณะนี้ และสร้างสถิติไม่แพ้ใครในลีกสูงสุดเป็น 16 นัด

ทั้งนี้  เกม การแข่งขันนี้ยังทำให้ปีศาจแดงได้รับ 3 แต้ม สร้างสถิติเป็นทีมแรกของพรีเมียร์ ลีกอังกฤษที่มีคะแนนครบ 2000 คะแนน และได้รับชัยชนะรวม 599 นัด

 ปีศาจแดงจะสร้างสถิติใหม่ของ สโมสรแรกที่คว้าชัยชนะได้ 600 เกม  ได้หรือไม่ แฟนบอลต้องลุ้นดูกันอีกทีในนัดดวลกับบอร์นมัธ ในวันที่ 4 มีนาคมต่อไป