About admin

Here are my most recent posts

ชัยชนะ ของ ยูดาส อิสคาริออต

Fun88style=”width: 550px; height: 306px;” />

โทษฐานที่เคยเป็นทวยเทพเทวดาแห่ง สแตมฟอร์ด บริดจ์ มาก่อน กุนซือปีศาจแดงคนเดี๋ยวนี้อย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เลยถูกแฟนบอลบางพวกของ เชลซี เรียกอย่างไม่ให้เกียรติว่า ''ยูดาส''
"ยูดาส" (Judas) อันเป็น ยูดาส อิสค้างริออต หนึ่งในอัครราชทูตของพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้คาบข่าวไปบอกทหารโรมันว่าผู้ใดคือพระเยซูจนถึงทำให้ท่านถูกจับไปตรึงบนไม้กางเขนนั่นแล ด้วยเหตุผลดังกล่าว & ฉะนี้ คำว่า "Judas" ก็เลยแปลเป็นอิสระได้ว่า "ไอ้คนทรยศหักหลัง"
ย้อนกลับไปในเกมที่ เชลซี บรรจงถีบ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เข้ารอบ 8 ทีมท้ายที่สุด เอฟเอ คัพ เมื่อช่วงเวลากลางเดือนเดือนมีนาคมก่อนหน้าที่ผ่านมา กองเชียร์เจ้าถิ่นแผดเสียงโห่ไล่พลางขับร้องล้อเลียนอดีตผู้จัดการทีมของตนที่บุกมาเยี่ยมว่าเป็น "ยูดาส"
ข้างหลังแพ้ศึกคราวนั้นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ – โชเซ่ มูรินโญ่ ก็เลยส่งข่าวสารถึงกองเชียร์กรุ๊ปนั้นว่า…ก็ไอ้คนทรยศหักหลังคนนี้มีใช่หรือที่เคยเสกให้ทีมของพวกมึงครองแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 ยุค!
อืมมมม…บางครั้งบางคราวผมก็รู้สึก "พ่อไม่เข้าใจตุ้ม" อย่างหนักกับแฟนบอลบางจำพวกในยุคปัจจุบัน เฉพาะอย่างยิ่งกับแฟนบอลรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในยุคที่โลกเน่าๆของพวกเราถูกครอบครองด้วยระบบโซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค อันก่อให้เกิดแฟนบอลจำพวกผ่าเหล่าที่ชาวบ้านเรียกขานว่า "เกรียนคีย์บอร์ด" ขึ้นมา แฟนบอลจำพวกนี้ชอบตั้งใจจริงกับทุกเรื่อง สัมผัสไม่ได้ โดนล้อเลียนไม่ได้ รวมทั้งแพ้ไม่เป็น แถมหมดอารมณ์ขันอีกต่างหาก
แน่นอนว่าแฟนบอลจำพวกนี้สามารถพบได้อย่างชุกชุมอยู่ในโลกเหมือนจริงนี่แหละ
บางครั้งบางคราวกองเชียร์ของ เชลซี จำพวกนี้บางทีอาจกำเนิดไม่ทันในยุคแรกที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ดึงความใหญ่โตกลับมาให้ เชลซี อีกทีเมื่อทศวรรษที่แล้ว หรือแกล้งโง่ หรือปัญญาอ่อนเกินกว่าที่จะรู้เรื่องอะไรก็ไม่รู้จัก ทั้งที่ข้อเท็จจริงมันก็พึ่งจะผ่านไปไม่นานสักเท่าไหร่พวกเขาถึงไม่เคยทราบว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่เคยทรยศหักหลัง เชลซี มิหนำดูเหมือนจะเป็น เชลซี ด้วยที่ทรยศหักหลัง โชเซ่ มูรินโญ่
ตอนวางก้นอยู่บนตำแหน่งผู้จัดการทีมสิงห์บลูส์ กุนซือชาวขนมฝอยทองคำผู้นี้ทำทุกอย่างเพื่อความสำเร็จของชมรม แม้จะต้องแลกมาด้วยความเกลียดก็ตาม แต่ทว่าผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาคือการถูก "ทรยศ" ถึง 2 ครั้ง 2 ครั้ง
ถ้าเกิดผู้ใดไม่เชื่อ เวลาพบตัวเป็นๆของ "มูมู่" ก็ลองขอพี่มึงดูแผ่นข้างหลังได้เลยนะครับ หากพี่มึงยอมเปิดให้ดู คุณจะพบอะไรที่เรียกว่า "รู" อยู่บริเวณกึ่งกลางข้างหลังถึง 2 รู
รูอันดับหนึ่ง – พี่มึงถูกเจ้าของทีมชาวรัสเซียเอามีดปากฉลามที่ผลิตขึ้นตั้งแต่ยุคที่ยังใช้ชื่อว่าโซเวียตทิ่มแทง ข้างหลัง เชลซี สูญเสียความใหญ่โตให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนถูกขับไล่ออกจาก เดอะ บริดจ์ พร้อมเงื่อนไขล้นหลาม เช่นห้ามรับงานผู้จัดการทีมโดยทันที รวมทั้งห้ามเป็นกุนซือให้ทีมอื่นในอังกฤษภายในเวลา 1 ปี
จนถึงแผลฉกรรจ์จากมีดปากฉลามสมานกันดีก็เลยกลับมาจูบปากกันใหม่ ครั้งนี้ "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" ช่วยทำให้ เชลซี กลับมาผงาดง้ำค้ำเมืองหลวงลูกหนังอีกที
แต่ทว่าเพียงฤดูถัดมาที่กุนซือผู้ทะนงตัวถูกสมาชิกตัวเองเอามีดปลายแหลมสำหรับหั่นปลามากุโระ ความยาว 1 ฟุตกว่าๆกะซวกเข้าที่เข้าทางกึ่งกลางข้างหลังทะลุถึงหัวใจเป็นรูที่ 2 ในชีวิต
เท่านั้นยังไม่พอ สมาชิกของเขาบางคนยังสั่งซื้อ "เชนซอว์" (Chainsaw) จากรัฐเท็กซัส เพื่อเอามาเลื่อยขาเก้าอี้ผู้จัดการทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ จนถึงขาดสะบั้น ทำให้พี่มึงถูกโคตรมหาเศรษฐีชาวรัสเซียคนเดิมขับไล่ออกจากอาณาจักร สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นคำรบที่ 2

เมื่อไม่มีพันธะคำสัญญาหัวใจใดๆก็ตามต่อกันแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ก็มีสิทธิ์ร่วมงานกับท่านภูตผีปีศาจ หรือชมรมไหนก็ได้โดยไม่ผิดข้อตกลงรวมทั้งมรรยาทไม่ใช่หรือ?
นอกเหนือจากนั้น เชลซี กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ใช่คู่ควง-คู่ปรับ, คู่เวร-คู่กรรม หรือคู่บารมี-คู่บรรพชาของกันและกันในประวัติศาสตร์ลูกหนังซะหน่อย
ที่สำคัญคือในการพบกัน 2 ทีแรกของฤดูนี้ เชลซี ก็เป็นฝ่ายมีชัยอย่างงดงามทั้ง 2 ครั้ง
มันขาดเหตุผลอันใดเลยนะครับที่แฟนบอล เชลซี บางพวกจะไปเรียกอดีตกุนซือทีมตัวเองว่า "ยูดาส"
นั่นคือเหตุผลที่กล่าวว่าทำไม โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงยกสามนิ้วพลางเอากำปั้นขวาตีไปบนทรวงอกข้างซ้ายของตนที่มีตราปีศาจสามง่ามประทับอยู่ เช่นต้องการบอก "แฟนเก่า" ของตนว่า "ไอ้เชี่ย!…ข้าไปฆ่าพ่อมึงเหรอ?" เอ๊ย! ไม่ใช่ เช่นต้องการบอก "แฟนเก่า" ของตนว่า "กูนี่แหละที่เสกให้ทีมของพวกมึงครอบครองแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 ยุค รวมทั้งขณะนี้ข้าคือปีศาจแดง"
รู้เรื่องว่าพี่มึงคงจะโกรธแค้นฝังหุ่นมากมายนะครับที่แพ้ทีมเก่าของตน 2 นัดติดต่อกัน – โดนไป 5 ดอกเน้นย้ำๆโดยเอาคืนไม่ได้เลย แถมถูกสบประมาทว่าเป็นไอ้ทรยศหักหลังอีก
การเผชิญหน้ากับ เชลซี เป็นครั้งที่ 3 ในช่วงฤดูกาลก็เลยถือได้ว่าเป็นการศึกครั้งสำคัญที่สุดคราวหนึ่งในชีวิตของ โชเซ่ มูรินโญ่ เลยทีเดียว!
มันก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิด "สูตรพิเศษ" ที่กุนซือวัย 54 กะรัตผู้คั่งแค้นผู้นี้คิดค้นขึ้นมาเพื่อกำราบทีมเก่าของตนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
นั่นคือระบบการเล่นแบบ 2-2-4-2 ที่เป็นลูกผสมระหว่างสูตร 4-4-2 กับ 3-5-2
สูตรนี้มีผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค 2 ตัวอย่าง เอริก ไบยี่ กับ มาร์กอส โรโฮ ที่เป็นราวกับเสาหิน 8 ศอกตอกเป็นหลัก – ขยับขึ้นไปคือผู้เล่นในตำแหน่งพิเศษอีก 2 คนอย่าง อันเดร์ เอร์เรร่า กับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน รอปฏิบัติหน้าที่ตามประกบ เอแด็น อาซาร์ กับ เปโดร 2 กองหน้ากึ่งปีกของ เชลซี ในแบบ "มึงไปไหน ข้าขอไปด้วยคนนะครับ"
สำหรับ 4 ตรงกลาง ประกอบด้วยมิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน มารูยาน เฟลไลนี่ กับ ปอล ป็อกบา ประกบข้างด้วยแบ็คกึ่งปีกอย่าง อันโตนิโอ วาเลนเซีย กับ แอชลี่ย์ ยัง ส่วนกองหน้า 2 สาวใช้ผู้เล่นที่มีความกระชุ่มกระชวยรวมทั้งเร็วทันใจอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เจสซี่ ลินการ์ด ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่กล่าวว่าทำไม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ถึงเป็นเพียงแต่ผู้เล่นสำรอง
กลยุทธคือให้ อันเดร์ เอร์เรร่า กับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน จับตายกองหน้ากึ่งปีกที่เป็นตัวทำเกมรุกของ เชลซี ในระบบ 3-4-3
นั่นพอๆกับว่าทั้ง เอแด็น อาซาร์ กับ เปโดร จะถูกตัดทิ้งจากเกมไปโดยปริยาย ขณะที่หัวหอกผู้เดียวอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า จะต้องพบรุมรุมจากทั้ง เอริก ไบยี่ รวมทั้ง มาร์กอส โรโฮ
มิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน รอทำลายจังหวะคู่ปรปักษ์รวมทั้งเชื่อมเกม
วิง-แบ็ค ทั้ง 2 ข้างวิ่งขึ้นวิ่งลง ปฏิบัติหน้าที่ทั้งรุกรวมทั้งรับ
สำหรับกองหน้า 2 คน นอกเหนือจากจะมีความเร็วกว่ากองหลังของ เชลซี แล้วยังมีความขยันพลางไล่บดบี้รวมทั้งซอยยิกไม่หยุดยั้งตั้งแต่ในดินแดนของคู่ปรปักษ์
เมื่อผู้เล่นปีศาจแดงวิ่งมากกว่าพลางเล่นอย่างมีระบบระเบียบระเบียบบนความจริงจังรวมทั้งทุ่มเทเต็ม 80,000 ตีนถีบ ก่อนหาจังหวะรุกรานอย่างฉาบฉวยให้น้อยจังหวะ
ผลที่ออกมา นอกเหนือจากจะกะซวกชัยอย่างสวยงาม ด้วยสกอร์ 2-0 แล้วยังไม่อนุญาตให้ เชลซี ยิงตรงกรอบเลยสักครั้ง!

อันที่จริง "สูตรพิเศษ" แบบเฉพาะกิจสูตรนี้ถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่เกมที่แล้วในศึก เอฟเอ คัพ ซึ่งเกมนั้น ฟิล โจนส์ ถูกวางไว้เป็นตัวพิเศษรอลุกลามโซ่ เอแด็น อาซาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
รูปเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ด้อยกว่าเจ้าถิ่นเลยด้วย จนถึงแผนดันมาแตกเสียก่อน ด้วยเหตุว่าความปัญญาอ่อนของผู้ตัดสินเฮงซวยอย่าง ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ที่ไล่ อันเดร์ เอร์เรร่า ออกจากสนามแบบไม่มีเหตุผล
มันก็น่าคิดเช่นกันนะครับว่าถ้าเกิดเกมนั้น "พี่น้อย" ไม่โดนไล่ออกเสียก่อน ผลจะออกมาอย่างไร
ท้ายที่สุด แมนฯ ยูไนเต็ด ก็หยุดสถิติไม่ชนะ เชลซี อย่างนานเอาไว้ที่ 12 นัดหมาย (นับตั้งแต่ปี 2012) แต่ทว่ามันจะต้องแลกมาด้วยการสูญเสียพลังงานอย่างมากมาย ซึ่งเดือนเมษายนผ่านไปแค่กลางทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ซอยยิกไปแล้วถึง 5 นัดหมาย
บางครั้งบางคราวมันบางทีอาจมีผลกระทบถึงเกมถัดไปก็ได้ผู้ใดจะไปทราบ ??? แต่
โชเซ่ มูรินโญ่ สามารถชำระโกรธแค้นทีมเก่าที่เคยแทงตัวเองจากด้านหลังได้อย่างสม
แถมชัยชนะของ "ยูดาส" ในนัดหมายนี้ยังทำให้ช่องว่างระหว่างการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกลดน้อยลงเหลือเพียง 4 แต้มอีกต่างหา
กับอีก 6 เกมที่เหลือในช่วงฤดูกาลนี้ เชลซี ยังถือไพ่เหนือกว่า สเปอร์ส นะครับ ด้วยเหตุว่าพวกเขาพบโปรแกรมที่เบากว่า
เพียงแค่อย่าพลาดมาแล้วกัน

งานช้างที่แมนเชสเตอร์

หลังการตกรอบยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยกมือสารภาพว่ามันเป็นข้อผิดพลาดของเขาที่ไม่อาจจะทำให้นักเตะเล่นเกมรุกได้ในนัดหมายแพ้โมนาโก ช่วงเวลาที่ โชเซ มูรินโญ รับรองล่าสุด ''แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังไม่พร้อมลุ้นแชมป์'' เกิดอะไรขึ้นกับสองกลุ่มดังจากเมืองแมนเชสเตอร์
ดูอย่างกับว่าสถานะการณ์ล่าสุดมันเป็นไปในทิศทางของการตั้งหลัก ถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเดินหน้าสองสามก้าว ทั้งคู่ผู้ฝึกสอนที่ได้รับการสารภาพว่าเก่งที่สุดในโลกในรอบ 10 ปีให้หลัง ถึงกับออกปากแบบนั้นเอาการของ เป๊ป ก่อน
คครั้งหน้าจากโมนาโกพบว่า "เรือใบสีฟ้า" ยังไม่อาจจะยกฐานะตัวเองให้ก้าวไปยังกลุ่มที่ใหญ่กว่าพรีเมียร์ลีก แม้วัตถุประสงค์ของพวกเขาแจ่มชัดยิ่งนัก แม้กระทั่งพวกเขามี เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เดี๋ยวนี้โดนค่อนขอดว่าที่ได้แชมป์เนื่องจากว่ากลุ่มบาร์ซ่ากับบาเยิร์น มิวนิค มันดีอยู่แล้วมองจากตัวเลข…หลังเกมโมนาโกพบว่ามันน่าสลดและท้อแท้ใจกับการทุ่มทุนสร้างของอาบูดาบี ยูไนเต็ด กลุ่ม
ครึ่งแรกเสีย 2 ประตู แถมไม่ได้ยิงสักครั้ง อย่าว่าแต้ยิงเลย แค่ทำเกมให้ขึ้นไปหน้าบ้านโมนาโกยังยาก ที่สำคัญกองหลังโชว์ความอ่อนหัดให้มองเห็น คลอดลูกสะเปะสะปะ แดนกลางสู้คนพลังหนุ่มโมนาโกไม่ได้
เป๊ป ถูกถามว่าสกอร์ที่ดีกว่า 2 ลูกเป็นสิ่งที่สำคัญหรือไม่ต้องไปใช้กลางรุก 5 คนโดยผลักภาระให้ แฟร์นานดินโญ ผู้เดียวที่เป็นตัวตัดเกม ในที่สุดมันเกิดขึ้นที่ตรงนั้นเป็นแดนกลางแพ้ราบคาบแดนกลางแพ้…กองหลังยิ่งไม่ต้องเอ๋ยถึง เป็นปัญหาใหญ่ของกลุ่มในปีนี้
การเสียสองประตูครึ่งแรกทำให้งานยากเกิดขึ้นแต่พวกเขาสามารถยิงตีไข่แตกหรือลุ้นตีเสมอได้ ทว่าจากเกมครึ่งแรกไม่มีผู้ใดเห็นว่ามันเป็นแบบนั้น ทุกคนเห็นว่ามีแต่จะโดนเพิ่มถ้าเกิดออกมาทรงนี้ ความมั่นใจมันก็สวนทางกัน…ซิตี้ ต้องกลับมาพีคสุดๆไม่อย่างนั้นโดนถล่มเหลว
เกมมองดีขึ้นแต่กว่าจะได้ยิงก็ขว้างเข้าไปนาทีที่ 65 นั่นเป็นจังหวะแรกที่ ซูบาซิช ได้เซฟ ก่อนที่ ซาเน จะยิงประตูตีไข่แตก อันเป็นประตูสำคัญ 2-1 ถ้าว่ากันตามจริงครึ่งแรกเกมดีขึ้นผิดหูผิดตา พร้อมยิงคืนได้ตลอด
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือกองหน้าดันไม่คมอีก…ใช้โอกาสเปลือง กว่าที่ ซาเน จะยิงตีไข่แตก และต่อจากนั้นมาเป็นหน้าที่กองหลังที่ไม่ได้ช่วยปกป้องอะไรเลย โดน 3-1 ที่เป็นประตูสำคัญส่งโมนาโก เข้ารอบ 8 กลุ่มในที่สุดจากผลบวก 6-6 ที่ได้จากยิงนอกบ้าน 2 ประตู
ประเด็นเป็นเกมรุกยังพอเพียงวางใจได้ว่าดี แต่พอเพียงเกมรับซึ่งยังไม่ปรับแก้และพร้อมเสียประตู มันทำให้แมนฯซิตี้ ล้มเหลว และเมื่อมองภาพรวมๆรุกพอได้ แดนกลางงั้นๆไม่แน่น ไม่ปึ้ก หลังพร้อมเสียเรือใบสีฟ้า ก็เลยเป็นกลุ่มที่คล้ายกับลิเวอร์พูลเป็น…."ขาดสมดุล" ในกลุ่มไป
รับห่วยแตก รุกพอใช้ แบบงี้โอกาสประสบผลสำเร็จมีจำกัด ก็จะอยู่ในตำแหน่งที่พวกเรามองเห็นเป็นประมาณนี้ ลุ้นพื้นที่ชปล. แต่ลุ้นแชมป์คงยาก เนื่องจากว่าความสมดุลของกลุ่มไม่มี มันขาดหัวใจสำคัญในกลุ่มไป เหมือนกับกลุ่มที่รับดี…แต่รุกไม่ได้โอกาสประสบผลสำเร็จน้อยลง
เป๊ป สารภาพหลังเกมแพ้โมนาโกว่าเขาไม่อาจจะทำให้ลูกทีมเล่นแบบดุดัน หยาบ และมีเกมรุกที่ดีพอเพียงในการชนะโมนาโก เขารับผิด ไม่โทษนักเตะ แต่เชื่อว่าในใจคงมีผู้คนจำนวนมากที่ถูกกาชื่อทิ้งในซัมเมอร์หน้านี้แน่นอน
แผงหลังในเวลานั้นอยากฟูลหามใหม่เพื่อมาเพิ่มเติมไฟในการเล่น ไม่ใช่ชุดเดิมอย่าง ซาบาเลต้า, คิลชี, โคลารอคอยฟ หรือจนกระทั่งเซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง ออตาเมนดี้ ก็ไม่ใช่เซนเตอร์มีเกรดอะไรจำนวนมาก แม้จะติดกลุ่มชาติอาร์เจนตำหนิน่าก็ตาม

แผงหลังนี่ชูแผง …จอห์น สโตน เองก็ต้องเล่นกับเซนเตอร์ที่มีระดับกว่าเขา ถ้าเกิดคาดหมายให้เขาคุมหลังผู้เดียวเดี๋ยวนี้ กระดูกบอลไม่ถึง ในยุโรปนี่ชัดเลย มีอุปสรรคต่อการเล่นเกมระดับสูง ช่วงเวลาที่แดนกลางขาดตัวตัดเกมคุณภาพไป
แนวรุกจัดว่าพอได้ ชุดนี้ ทั้ง กุน อเกรโร , ซาเน, ราฮีม ยังมีโอกาสปรับตัวเองได้ ที่ดีเป็นส่วนตัวเป็น เควิน เดอ บรอยน์ ช่วงเวลาที่ ซิลบา ปีต่อไปจะยิ่งโรยหนักกว่านี้
ดูแล้วเหนื่อย…มันเป็นงานใหญ่สำหรับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในกระบวนการทำกลุ่มให้ยิ่งใหญ่ในแถวหน้าของแวดวง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการก้าวไปได้แชมป์ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ยุคแรกให้แมนฯซิตี้ ซึ่งเป็นวัตถุประสงค์สูงสุดในการสร้างแบรนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้กล้าแกร่ง
จากเพื่อนบ้านเสียงดังมายังเพื่อนบ้านที่มองเงียบๆไม่ฮือฮาราวกับช่วงซัมเมอร์ ที่มีความหวังจำนวนมากหลังการตั้ง โชเซ มูรินโญ คุมกลุ่ม
ล่าสุดแม้เข้ารอบ 8 กลุ่มในที่สุดบอลยูโรปา ลีก และเหลือถ้วยเดียวที่ได้ลุ้นอย่างเป็นรูปธรรม มูรินโญ ให้สัมภาษณ์กับ แกรี ลินิเกอร์ ผู้ดำเนินรายการรายการ "พรีเมียร์ลีก โชว์" ทางช่องสถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซี หลากหลายประเด็นที่สำคัญสุดเขาพูดว่า "พวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"คมกริบสำหรับประโยคนี้ และมันไม่ต้องขยายความว่าอะไรแม้กระทั่งจำนวนมาก
"ผมมีความรู้สึกว่าพวกเรายังไม่พร้อมสำหรับการมีไว้ในครอบครองยุทธจักรบอลอังกฤษ พวกเรายังไม่พร้อมที่จะอุตสาหะ, ชนะทุกเกม มันยังมีช่องว่างระหว่างความทะยานอยากตามธรรมชาติของกลุ่มยักษ์ใหญ่ และสิ่งที่พวกเราเป็นอยู่จริงๆเดี๋ยวนี้"มันยากขึ้นกว่าเดิม มันแตกต่างจาก 10-20 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง"
ผมว่าเขาสะท้อนอะไรได้แจ่มชัดในเรื่องนี้ เขากำลังติดต่อสื่อสารกับแฟนแมนฯยูฯ ที่เต็มไปด้วยความมุ่งหวังระดับสูงและต้องอุตสาหะประพฤติตัวแบบจมให้ลง เนื่องจากว่ามันจะเข้าข่ายแปลงเป็นแฟนลิเวอร์พูลที่รู้สึกแบบงั้นมาตลอด 26 ปี ภายหลังจากได้แชมป์ลีกคราวสุดท้ายปี 1990อีกประโยคเด็ดหนึง่ที่สำคัญเป็น "ผมมาทำงานกับชมรมที่น่าหดหู่"อันนี้ว่าผู้ใดกันนะ…ลองอ่านกันมอง เอาสำคัญๆเป็นเขาบอกว่า "ถ้าเกิดเป็นผมจะไม่ขาย อังเคล ดิ มาเรีย, ชิชาริโต้ และ แดนนี เวลเบค"
เชื่อว่าสามคนนี้อาจได้รับความรู้สึกเชิงมีความขัดแย้งจากแฟนผีแน่นอนเนื่องจากว่า ดิ มาเรีย มาในช่วงที่กลุ่มตกลงไปจากเดิม ช่วงเวลาที่ เวลเบค ก็ไม่ได้รับความรู้สึกยินดีจำนวนมากนัก ส่วนชิชาริโต้ นั้นน่าจะเป็นขวัญใจอยู่ทว่าเชิงแทกตำหนิกแล้วแนวทางการขาย เวลเบค และ ชิชาริโต้ ออกไปมันเป็นคุณขาดกองหน้าตัวจบสกอร์
ส่วน ดิ มาเรีย นั้นเป็นนักเตะที่ มูรินโญ ถูกใจ และเป็นนักเตะคนแรกที่เขาซื้อไปร่วมกลุ่มเรอัล มาดริด และ ดิ มาเรีย ก็กลับไปสู่ฟอร์มทอปของเขาดังเดิมกับกลุ่ม เปแอสเช เชื่อว่าถ้าเกิด มูรินโญ อยู่กับกลุ่มเร็วกว่านี้เขาก็ซื้อมาร่วมกลุ่มและใช้งานเป็นตัวเดินเกมให้แนวรุก
ส่วนนักเตะที่ มูรินโญ ไม่เอ่ยชื่อว่า ถ้าเกิดเป็นเขาจะไม่ซื้อมาร่วมกลุ่ม ซึ่งพวกเราเองสามารถเดาได้ไม่ยากเนื่องจากว่าจากสิ่งที่เขาปฏิบัติในสนามชิงชัยและการจัดกลุ่มลงเล่นทุกสัปดาห์พอเพียงจะนำชื่อมาเฉลยกันได้ไม่ยากมูรินโญ มีมารยาทและมืออาชีพมากพอที่จะไม่พูดถึงและมันไม่สมควรเอ๋ยถึง แต่ผมเชื่อว่าไม่ใช่แฟนผีก็เดาได้ไม่ยาก
สิ่งที่ผมเชื่อว่าแฟนผีและแฟนบอลทั่วๆไปต้องถูกใจกับการให้สัมภาษณ์ในประโยคต่อมากับ ลินิเกอร์ ว่า "แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นชมรมที่มีความใหญ่โตมากมาย ไม่จำเป็นต้องไปแชมเปี้ยนส์ ลีกเพื่อล่อใจนักเตะมาร่วมกลุ่ม"
เขาเอ๋ยถึง…อิบราฮิโมวิช ควรจะอยู่กับ ปารีส, ป๊อกบา ควรจะอยู่กับยูเวนตุๆส และ มคิทาร์ยาน ควรจะอยู่กับดอร์ทมุนด์ถัดไปถ้าเกิดนักเตะนึกถึงประเด็นการเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีก และเขาเองรู้สึกแฮปปี้มากมายๆถ้าเกิดนักเตะตกลงใจไม่ย้ายมาเนื่องจากว่ากลุ่มไม่ได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก เขาจะดีใจมาก ที่ไม่ได้นักเตะแบบงี้มาร่วมกลุ่ม
พูดง่ายๆว่า นักเตะต้องมีใจมาเล่นให้กับแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด ด้วยข้อจำกัดเดียวเป็นเนื่องจากว่านี่เป็นแมนฯยูฯ ไม่ใช่กลุ่มที่ต้องไปเล่นชปล. หรือมีโอกาสไปเล่น
จริงครับ…การพูดแบบงี้ไม่ใช่เอาอกเอาใจหรือแค่ให้เกียรติ แต่มันเป็นหลักการทำงานของ มูรินโญ และผมเชื่อว่าผู้ฝึกสอนทุกคนต้องมีแนวทางแบบงี้ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็คงไม่ได้อยากนักเตะที่มาเล่นกับกลุ่มเพื่อ "เงิน" , เกียรติ หรืออะไรนักเตะจะมาเล่นกับกลุ่มนี้เพื่อ "ชมรมแห่งนี้"
มันยังไม่หมดยุคหมดสมัยหรอก…เนื่องจากว่าในที่สุดแล้วกลุ่มที่ใช้เงินทุ่มซื้อนักเตะก็จะใช้เงินซื้อนักเตะตลอดระยะเวลา ไม่อาจจะดึงนักเตะที่มีความเข้าใจและมีจิตใจต้องการประสบผลสำเร็จกับกลุ่มมาร่วมกลุ่มได้ ปัญหาของสองกลุ่มจากเมืองแมนเชสเตอร์ นั้นคนละแบบ
ช่วงเวลาที่ เป๊ป พูดว่าไม่อาจจะทำให้นักเตะเล่นเกมตามที่เขาอยากได้ และกลุ่มคงควรมีการเปลี่ยนแปลงในซัมเมอร์ มันก็คล้ายกับ มูรินโญ เพียงแต่ มูรินโญ มีหลักการทำงานของเขาที่รับรองอย่างเห็นได้ชัดแล้วว่า
"แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยากนักเตะที่มีใจต้องการมาเล่นให้แมนฯยูไนเต็ด โดยมีเงื่อนไขเดียวเนื่องจากว่านี่เป็นแมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด"       

ลุ้นกันไปกับสเปอร์

ทอตแน่มฮอตสเปอร์ ฟอร์มเร่าร้อนในปี 2017 จริงๆ
ความมีชัยต่อวัตฟอร์ด ปัจจุบัน 4-0 ตอนหัวค่ำวันเสาร์ทำให้ช่องว่างลดลงเหลือ4 ปลดปล่อยให้เชลซีบีบคั้นหน่อยเดียวช่วงดึก เมื่อจำเป็นต้องเยี่ยมบอร์นมัธ
ความมีชัยปัจจุบันคือแต้มที่ 32 จากความมีชัย 10 เสมอ 2 แพ้ 1 ตั้งแต่แมื่อมกราคมเป็นต้นมาแล้วก็ตารางอันดับของพวกเขาคือจ่าฝูงในตอนนี้…ว่ากันอย่างนั้นได้ปัญหาคือว่า…แล้วมันจะทันมั้ยขอรับเนี่ย
ในความรู้สึกแฟนไก่ยังคงมีหวังอยู่…แม้กระนั้นในสนามบอลเมื่อมองไปยังเชลซี ที่นานๆสะดุดสักหนึ่งครั้ง พวกเขาแทบจะไม่พลาดในการเก็บความมีชัย ที่สำคัญอย่าว่าแต่ว่าแพ้เลยขอรับหลุดไปเสมอนั้นยังนานๆครั้งด้วยซ้ำผลงานของพวกเขาส่วนมากคือชนะ เกมปัจจุบันก็เหมือนกันนี่คือเกมลำดับที่สามภายหลังจากแพ้คริสตัล พาเลส คาบ้าน พวกเขากลับมาชนะรวดสองนัดหมายทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แม้กระนั้นจุดหนึ่งที่เชลซีเพียงพอมีปัญหาให้พวกเราเห็นคือช่วงหลังเสียประตูบ่อยครับผม
อันนี้จำเป็นต้องมองว่า 7 นัดหมายท้ายที่สุด อันโตนีโอ คอนเต้ จะปรับกลุ่มเช่นไรเพื่อลดการเสียประตู และลดความกดดันของกลุ่มลงเชลซี ยังถือถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกในมือแล้วก็เป็น title to loseทุกอย่างอยู่ในการควบคุมเกมของพวกเขาทั้งหมด ฉะนั้นทอตแน่มฮอตสเปอร์ มีหน้าที่ชนะไปเรื่อยๆเพื่อรอดูสถานะการณ์
สิ่งหนึ่งที่แฟนไก่ชื่นมื่นคือผลงานของกลุ่มที่เกิดขึ้นตอนที่กลุ่มชุดแรกมีปัญหาทั้งเจ็บแล้วก็ฟอร์มหลุดไปบ้าง ตั้งแต่แนวรับจนถึงกองหน้า มันดีเลิศ
คู่ฟูลหามเกมปัจจุบันเป็น เบน เดวิส กับ คีแรน ทริปเพียร์ คู่กึ่งกลางเป็น เอริก ถางเอ้อร์ กับ เดมเบเล ศูนย์หน้าใช้ วินเซนต์ แยนเซน แทน แฮร์รี เคน ที่พึ่งพิงหายเจ็บกลับมามีชื่อเป็นผู้เล่นสำรอง แล้วก็ตอนที่เดี้ยงนั้น สเปอร์ส เก็บแต้มสม่ำเสมอ
เฉพาะในไวท์ฮาร์ทเลนนี่ปัจจุบัน 11 ครั้งติดกันแล้วที่ชนะ เคยทำได้เยี่ยมที่สุด 14 นัดหมายเมื่อปี 1987 ในยุคของ เดวิด พลีธ เป็นผู้จัดการกลุ่ม แฟนไก่รุ่น "แมวเพชร" จำเป็นต้องนึกออกเป็นอย่างดี เพราะเหตุว่าสเปอร์สคือกลุ่มที่มีทั้งผู้จัดการ แล้วก็นักฟุตบอลตัวทอปของวงการมาเล่นด้วย
เรย์ เคลเม้นส์ เฝ้าเสา แกรี แมบบัตต์ คุมหลัง กับ แกรี สตีเว่นส์ กองกลางก็ เกลน ฮอดเดิ้ล ปีกอย่าง คริส วอดเดิ้ล ดาวยิง ไคล์ฟ อัลเลน ที่นับได้ว่าเป็นหนึ่งในดาวซัลโวระดับทอปของลีกใกล้เคียงกับ เอียน รัช, แกรี ลินิเกอร์ ชุดนั้นมีกองหน้ากลุ่มชาติเบลเยียมด้วยนะ…สเปอร์ส ไม่ขาดนักฟุตบอลเบลเยี่ยมในกลุ่มคนใดนึกออกบ้าง…..
ลองคิดดูว่าตัวทอป ตัวบิดาของวงการบอลมารวมตัวกันในกลุ่มสเปอร์ส เพียงขาดเพียงแค่แชมป์ลีกเท่านั้น เพราะเหตุว่าไปไม่ถึงจริงๆ
ในลอนดอนจึงตกใต้ร่มเงาของอาร์เซนอลแล้วก็เชลซี เวลานี้….มันสมควรถึงเวลาของพวกเขาแล้ว ผมเองก็แอบเอาใจช่วยอย่างเงียบๆว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาทองของสเปอร์ส ซะคราว
ในยุคของ เมาริสิโอ โปเชตติโนแฟนสเปอร์ส เพียงพอจะมีเป้าหมายถึงแชมป์ได้ขอรับ มันไม่ใช่เรื่องไกลเหลือเกิน ปีที่ผ่านมา พวกเขาก็พลาดตกม้าตายช่วงท้ายซีซั่นปล้อยให้เลสเตอร์ สิตี้ ครองแชมป์มหัศจรรย์ ของลีกไปครอบครองเหมือนกันขอรับ…การพัฒนากลุ่มไก่กระทงของ เพียงพอช มันมีความเจริญ
นักฟุตบอลชุดนี้เล่นเข้าขากันได้ดี ขาดเพียงแค่บางนัดหมาย บางเกม ที่จำเป็นต้องชนะ ไม่ว่าจะเจอกับกลุ่มใหญ่หรือกลุ่มเล็ก มันมีเพียงแค่บางนัดหมายที่พวกเขาหลุด จนทำให้การไล่ล่าแชมปฺ์เมื่อปีที่ผ่านมา แล้วก็ปีนี้ ขาดช่วงไปจริงๆถึงจุดนี้กลับมาห่าง 7 แต้ม แม้กระนั้นไม่ใช่เรื่องที่ควรยกเลิกความฝัน เมื่อมันยังไม่สิ้นเสียงนกหวีดนัดหมายที่ 38 ยังได้ลุ้นกันต่อ

เกมนัดหมายปัจจุบัน โปเชตติโน จัดกลุ่มตามแทกติก แล้วก็ "แนวคิด" ของเขาแจ้งชัดเมื่อวิเคราะห์ฟอร์มคู่แข่งขันอย่างวัตฟอร์ด ที่มาเน้นย้ำรับมั่นใจๆไม่เสียประตูมาสองเกมต่อเนื่องกัน ทางด้าน วอลเตอร์ มาสซารี คงจะไม่มีแผนในการอื่นใด มาไวท์ ฮาร์ท เลน
ฉะนั้น วินเซนต์ แยนเซน จึงจำเป็นต้องรับบทบาทกองหน้าตัวเป้า ค้ำกับกองกลางวัตฟอร์ด ที่คงจะยืนออกันหน้าเขตโทษ แน่นไปหมด แล้วตัวรุกสามคนที่สนับสนุน แยนเซนหมายถึงคริสเตียน เอริคเซน, เดลเล อัลลี แล้วก็ ซอน เฮือง ไม่น จะรอช่วยทำเกมแดนท้ายที่สุด
แยนเซน อาจจะถูกค่อนขอดว่า…กองหน้าไร้สกอร์ เพราะเหตุว่าพึ่งยิงได้ประตูเดียวจากจุดโทษด้วยซ้ำ แม้เขาเป็นดาวซัลโวมาจากพรีเมียร์ลีกของเนเธอร์แลนด์ แม้กระนั้นคงจะไม่ช่วยอะไรแม้ไม่อาจจะปรับตัวเข้าระบบของสเปอร์สได้น่าสงสาร…เมื่อเขามาร่วมกลุ่มเดียวกันกับ แฮร์รี เคน ที่เร่าร้อนอยู่แล้ว
เกมนี้ แยนเซน ปฏิบัติหน้าที่ค้ำ บางทีอาจเป็นตัวหลอก ให้ 3 ตัวรุกไก่โจมตี หรือเป็นตัวเป้าเข้าทำ ถ้ามองจากเกมที่เกิดขึ้น เพราะเหตุว่าเขาสามารถเก็บบอล บังบอล เล่นกับ เอริคเซน ได้ มีจังหวะกลับบอลเข้าไปยิงระยะ 7-8 หลาที่ตรงนั้นเจ้ากรรมบอลไปติดเท้า โกเมส ซะอีกก่อนสเปอร์สได้ประตู แยนเซน ได้โอกาส 3 ครั้งที่คงจะมีรายนามเป็นผู้ทำคะแนน แม้กระนั้นเขาก็พลาดไปหมด …คือไม่มีคำแก้ตัว ศูนย์หน้า จำเป็นต้องยิงประตู จะสร้างโอกาส หาโอกาส อะไรก็ตาม หรือสามารถติดต่อประสานงานกันสหายๆได้ดี
นี่คือปัญหาของ แยนเซน แม้กระนั้นสำหรับเกมนี้เขาคือแผนของ โปเชตติโน แล้วก็เขาสบโอกาสนั้น เขาจำเป็นต้องคว้าเอาไว้ให้ได้ แม้กระนั้นเขาก็ทิ้งมันไปอีก
แยนเซน อาจจะทิ้งโอกาสทองไป…แม้กระนั้นแนวคิดของ เพียงพอช เวิร์ค ในมุมลำดับที่สามตัวรุกด้านหลัง แยนเซน ปฏิบัติหน้าที่ได้ค่อนข้างจะดี สลับเวียนกันวิ่งไปๆมาๆหน้าเขตโทษวัตฟอร์ต จนสบโอกาสยิงประตู โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกยิงของ เดลเล อัลลีงามอย่างมาก
รับบอลจาก ซอน เฮือง ไม่น หน้าเขตโทษ แล้วปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมบน มันทำให้วัตฟอร์ด เองเล่นยากขึ้นแล้วก็สเปอร์สเล่นง่ายขึ้น ก่อนที่จะโดนลูกสองจากนอกเขตอีก เอริก ถางเอ้อร์ แล้วก็ปิดด้วย ซอน เฮือง ไม่น นอกเขตโทษอีก
แผนของ เพียงพอช มันเวิร์ค เมื่อใช้ แยนเซน ค้ำใน กองหลังยืนใกล้เส้น 18 หลา แดนกึ่งกลาง ถอนลงมาคุมโซน จ้องมอง รอดัก ไม่มาร์คกิ้ง หรือเข้าบอล ทำให้ สามพลังรุกไก่ สบโอกาสเล่นกับบอลจำนวนมาก
ไม่ต้องเซตเข้าในแล้ว เพราะเหตุว่า แยนเซน ยืนค้ำสะกดกองหลังไม่ให้ เดินขึ้น ฉะนั้นประตูจากนอกเขตโทษทั้งสามลูกในครึ่งแรกยืนยันแนวทางณ์ของ โปเชตติโน หมดแล้ว ลูก 4 แล้วก็การลงไปในสนามของ แฮร์รี เคน คือของฟรีว่าศักยภาพของสเปอร์ส ในตอนนั้น โอเคเลย คล้ายกับเชลซี
ตัวเจ็บ มีผู้แทน เปลี่ยนแปลงแผน ยืดหยุ่นได้ สลับนักฟุตบอลบางตำแหน่งโดยไม่เสียหายหรือมีผลกระทบต่อเกมการเล่น น่าเสียดายเพียงแค่ว่า…พวกเขามักจะหลุดในช่วงเวลาเข้าได้เข้าเข็ม แบบว่าจักจี้ติดๆมาแล้วสะดุดซะงั้น
ถ้ามองจากผลงานตั้งแต่ระยะแรกของซีซั่น 6-7 ครั้งแรกยังตามจ่าฝูงอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แต้มเดียว แม้กระนั้นผ่านถึงนัดหมายที่ 12 เชลซี ขึ้นครอบครองจ่าฝูง พวกเขาอยู่ที่ 4 แล้วก็มีแต้มตามเชลซี 4 แต้ม นั่นคือใกล้เชลซีที่สุดจนถึงตอนหัวค่ำวันเสาร์ที่ผ่านมาก็ 4 แต้มแม้กระนั้นภายหลังจากเชลซีบุกเฉือนบอร์นมัธ นุ่มๆความห่างกลับไปที่ 7 แต้มดังเดิม

ถ้าจะมีอะไรบกพร่องเกิดขึ้นกับเชลซี ไม่ต้องแพ้ 3 ใน 7 หรอกขอรับ ผมว่าลุ้นอย่างนั้นยากเกินแล้วก็มหัศจรรย์เหลือเกินแม้เชลซีจะแพ้คนใด 3 นัดหมายใน 7 นัดหมายท้ายที่สุด เอาเพียงแค่เสมอสักสามนัดหมาย ผมว่ายังง่ายดายยิ่งกว่าแล้วก็มีทางเป็นไปได้
ผลเสมอสามนัดหมายบางทีอาจคลอนแคลนต่อตำแหน่งจ่าฝูงแน่ๆ เพราะเหตุว่ามันจะหายไป 6 แต้ม แม้กระนั้นช่วงเวลาดังกล่าวข้างต้น ไม่เคยรู้แหละตอนไหน สเปอร์สจำเป็นต้องชนะรวด แต้่มห่าง 1 เมื่อไหร่ ก่อนปิดซีซั่นสักสองสามนัดหมายผมว่า…แฟนไก่ จะได้ลุ้นมากยิ่งกว่านี้
ไม่ต้องลุ้นให้เชลซีแพ้ ลุ้นให้แต้มเชลซีหายไปนัดหมายละ 2 จากผลเสมอ ผมว่าง่ายดายยิ่งกว่า แล้วก็โอกาสจะเปิดกว้างกว่านี้ แม้กระนั้นเมื่อห่างกัน 7 แม้มองยากแม้กระนั้นยังคงมีหวังอยู่ครับผม ไม่ได้ไกลซะทีเดียว ขั้นต่ำพรีเมียร์ลีกมีอะไรให้ตื่นเต้นอยู่บ้างสเปอร์ส ก็ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองคือชนะในเกมต่อไป อย่างน้อยที่สุดในยุคของ เมาริสิโอ โปเชตติโน แฟนไก่เดินยืดได้แถวเซเวนส์ สิสเตอร์ได้มากยิ่งกว่าแฟนปืนแชมป์หรือไม่อีกหนึ่งเรื่อง…แม้กระนั้นณ จุดนี้มันคือความเจริญขอรับ
สเปอร์ส ซื้อนักฟุตบอลเสริมกลุ่มจริงแม้กระนั้นไม่ทุ่มทุนบ้าดีเดือดเหมือนกลุ่มใหญ่ พวกเขาได้ส่วนผสมที่ลงตัว ผู้ฝึกสอนก็ชายหนุ่มไฟแรงที่รอเวลาเพิ่มเติมการบรรลุผลให้เป็นรูปธรรม จากหนทางที่เดินมาถูกแล้ว
ตอนต้นซีซั่นไปเสียรังวัดเสมอง่าย และไม่เก็บความมีชัยสม่ำเสมอ ทำให้การลุ้นแชมป์จึงขาดๆเกินๆมาถึง 7 นัดหมายท้ายที่สุด ก็จำเป็นต้องลุ้นต่อไปขอรับ

สุดมันส์ หงส์ vs ไก่

บิ๊กแมตช์คงจะสุดสัปดาห์นี้…คงจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการฉกฉวยสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
ภายใต้แรงกดดันคนละแบบสองแบบ
แน่นอนขอรับ…ในทางทฤษฏีพวกเราสามารถอ้างได้ว่าสองทีมนี้ยังมีความหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แต่ในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลและงานข่าว เชื่อมั่นได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เป็นระเบียบแล้ว
แม้เหลืออีก 14 นัดหมายและนัดหมายปัจจุบันด้วย…แต่เชื่อเถอะว่า จนถึงแฟนหงส์เองยังสั่นหน้า แฟนไก่รู้สึกถอดใจกับทั้งช่องว่างที่ห่างและฟอร์มของเชลซี "หัวหน้าฝูง" ที่ยังเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เสียท่าอะไรกล้วยๆ
มีแต่สิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าหาแชมป์ขึ้นทุกอาทิตย์
โอเคขอรับ…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่แก่งแย่งสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามว่าใครหนักกว่ากันมันคนละแบบ
หงส์แดง บางทีอาจจะหนักในแง่ที่ว่าก่อนลงไปในสนามพวกเขาได้โอกาสตกไปอยู่ชั้น 6 ด้วยเหตุว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชั้น 6 จี๋มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงไปในสนามก่อนพบกับวัตฟอร์ด ถ้าเก็บสามแต้มได้ ซึ่งมั่นใจว่าช่องทางเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
"ซาตานแดง" จะแซงขึ้นชั้น 5 หรือดีกว่านั้นเป็นชั้นสี่ถ้าเกิดอาร์เซนอลในช่วงหัวค่ำดันแพ้ฮัลล์ ซิตี้ คาบ้าน
ถึงจุดนี้ฟุตบอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาต่อได้เท่ากัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีใครดีกว่าเป็นรองมากสักเท่าไรนัก ทีมขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมฝ่าเพื่อชัยชนะ เพื่อสามคะแนนกับทีมใหญ่ แม้ไม่เหนือกว่ามากสักเท่าไรนัก วางแทกติเตียนกมาแล้วใช้ได้ผล
พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมเหมือนกัน
จุดที่ทีมขนาดเล็กจะเป็นรองทีมใหญ่มีเรื่องเดียวเป็น "ความเสมอต้นเสมอปลาย" อันมีต้นเหตุจากประสิทธิภาพของทีมแนวลึก ที่คงจะรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆมิได้ อันนี้เป็นความแตกต่าง แต่ถ้าเกิดเทียบกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ แค่ 90 นาที
เหมือนเกมบอลถ้วย เหมือนเอฟเอ คัพ แพ้ไม่เข้ารอบ ชนะไปต่อ วางแทกติเตียนกอย่างนี้ทีมเล็กชนะทีมใหญ่ได้เหมือนกัน
ตัวอย่างมีให้เห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ จนถึงลิเวอร์พูลที่โดนทีมเล็กด้านหลังตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
นี่เป็นฟุตบอลสมัยโมเดิร์น ที่ศาสตร์ฟุตบอลพัฒนากระทั่งสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แต่ถ้าเกิดจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละขอรับที่แยกระดับของทีมได้แจ่มกระจ่าง และพวกเราก็เห็นกัน…
ตอนนี้เมื่อทีมใหญ่มาพบกัน… หรือทีมขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่าทีมเล็กมาพบกัน จะออกมาแบบไหนดี

เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังเจอหน้ากับวิกฤติการณ์ครั้งสำคัญในสมัยของ เจอร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาดำเนินงานใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่ต่างอะไรจากสมัย เบรนดัน รอดเจอร์ส คุมสักเท่าไหร่

อีกทั้ง…ตั้งแต่แมื่อปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาเหมือนเป็นปีชง…ยังไม่ชนะใครในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ต่อเนื่องกัน และผลงานที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่แมื่อหมดสมัยของ รอดเจอร์ส ที่สำคัญเป้าหมายที่ฝันกันเอาไว้…

พังทลาย (ยกเว้นผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่ตอนแรกว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

เอาดีๆนะ

เจอร คลอปป์กับทีมบริหารเองตั้งเป้าไว้ที่ 4 ตั้งแต่ตอนแรก แต่พอเพียง 13 นัดแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำหัวหน้าฝูงและทำตัวเป็นทีมที่ได้โอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความคาดหมายให้กับแฟนหงส์และสื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

go so big อะไรโดยประมาณนั้น

มาถึงจุดนี้….ถ้าเกิดจะถามว่าลิเวอร์พูลเล่นต่ำยิ่งกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมรู้สึกว่ามันคงจะไม่ใช่แล้วละครับ ด้วยเหตุว่าข้อเท็จจริงๆเป็นมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ และเป้าหมายเดิมเป็นลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์เป็นเต็ง 6 นะครับ

ว่ากันตามตรง…อย่างที่พวกเรารู้กัน แมนฯซิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส และลิเวอร์พูล มันถูกคาดเดาและเรียงเอาไว้อย่างนี้อยู่แล้ว

โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิมในจุดนี้ และการลุ้นยากลำบากเหมือนที่้คาดการณ์กันเอาไว้เดิมที และใน 14 นัดหมายที่เหลือมันเป็นการรับรองว่าพวกเขาจะเหมาะสี้หรือไม่ และจำต้องช่วงชิงกันสุดชีวิตกับ 4 ขั้นแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

ถ้างั้น…เจอร คลอปป์ จะขจัดปัญหายังไงในเมื่อเกมรับเป็นปัญหาใหญ่ของทีมไม่อาจถูกแก้ไขหรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว ด้วยเหตุว่าเมื่อเกมรุกลีบ ทำอะไรคู่ปรปักษ์มิได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้ทีมแพ้ในทันที

อีกหนึ่งปัญหาที่มากขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปเป็น "แทกติเตียนก" เกมรับของคู่ปรปักษ์ในลีกกว่า 15 ทีมที่ไม่เปิดหน้าแลกเปลี่ยน และเกมรุกหงส์แดงหมดปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่นานัปการ บอลหน้าเดียว แล้วยังมิได้เล่นเกมที่ถนัดเป็นเพรสซิง ด้วยเหตุว่าไม่เคยทราบจะเพรสอะไร มีแต่ พาส อย่างเดียว

No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

ผมเขียนเองมิได้ลอกฝรั่งมา…เป็นมิได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แต่ผ่านบอล หรือเคาะบอลไปมาในสนาม หาทางผ่านเข้าไปมิได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกติเตียนกเกมรับ

อย่างที่เห็นเป็นพอเพียงหาทางเข้าเขตโทษมิได้ แล้วก็ไม่จบด้วยการยิง แล้วพอเพียงส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู ด้วยเหตุว่าหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส คุ้มครองมิได้ ก็โดนลงโทษในทันที ส่งผลให้ทีมแพ้ติดๆกันมาตั้งแต่แมื่อปีใหม่

บอส เจเค ถูกถามและมีบางบุคคล แฟนหงส์บางบุคคลนะครับ สะเหร่อ บอกไล่ออก และขอแปลงผู้ฝึกสอน

แฟนบอลยุคใหม่กลุ่มนี้มักทำให้แฟนหงส์ส่วนมากเสียเชื่อ…อึกทึก จะแปลงผู้ฝึกสอน อึกทึก ลุ้นแชมป์ ทุกปี

อะไรขอรับ…พวกท่านเอ็ง

เกมนี้ไม่ต้องวิพากษ์วิจารณ์อะไรมาก…และพวกเราก็ยังไม่ทราบว่าบอสเจเค จะขจัดปัญหาเกมรับได้ดีแค่ไหน ด้วยเหตุว่ามันยังแก้มิได้มาตั้งแต่นัดแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนถึงในช่วงเวลานี้ มีจุดเด่นคือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่ทีมที่เน้นย้ำเกมรับ

โน่นอาจทำให้ เกเก้น เพรสซิง ดำเนินงาน…แต่จะเห็นผลหรือไม่เพราะสภาพจิตใจเด็กหงส์ในช่วงเวลานี้ท้อใจและขาดความเชื่อมั่นไปเยอะแยะ

ขณะเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นทีมในกรุ๊ปนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดแค่เกมบางเกมที่พวกเขาควรชนะกลับไม่ชนะ ดันพลาดเสมอ และที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับทีมในกรุ๊ปเดียวกันนั้น…

มีอุปสรรคต่อการเอาชนะเหมือนกัน

ถ้าเกิดถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่มุ่งมาดอะไร

บอกตามตรงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้คาบ้านได้อีก ด้วยเหตุว่าเกมรับทั้งส่วนตัว แบก, เซนเตอร์ และส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เยี่ยมเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

อ้อ…ผู้เฝ้าประตูด้วย

วันดีคืนดีไม่เคยทราบ มันจะรับบอลกล้วยๆหลุดมือหรือปลดปล่อยบอลลอดขาผ่านเส้นทางเข้าไปหรือเปล่า

จุดเปราะบางมันเยอะแยะ…

ถามว่ากี่เกมแล้วขอรับที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบไร้เหตุผล ของฟุตบอล หรือจากการบุกของคู่ปรปักษ์แค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ และพอเพียงเสียประตูเกมก็เสียไป

บวกกับเกมรุกที่เน้นย้ำบอลช่อง แต่ไม่มีช่องให้เจาะ ด้วยเหตุว่าแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน พอเพียงเจาะช่องมิได้ ผ่านบอลกันไปมาก็มิได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆยกตัวอย่างเช่นครอสจากข้างๆ , เซตพีส, ยิงไกล

บอลครอสจากข้างๆยิ่งไม่ต้องหวังเลย…ด้วยเหตุว่ากองหน้่าหงส์มิได้เก่งลูกโหม่ง นานทีปีที จะโหม่งได้ประตู

นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังจากโดนจับทางได้ และหนทางนี้ใช้ได้ผลแค่ 50% ความหลากหลายไม่มีมากสักเท่าไรนัก ขณะเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นทีมที่ก็มีปัญหาไม่ได้ต่างอะไรกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

บางเกมนึกจะหมดมุขก็ตื้อไปซะงั้น

ลักษณะคล้ายกันเพียงแต่…สเปอร์ส มีดีกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่เหนียวแน่นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า เบื้องต้นนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปลดปล่อยให้กำเนิดวิกฤติการณ์เหมือนหงส์แดง

แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

สเปอร์สจะพลาดยากแล้วถ้าเกิดพลาดจะกลับมาชนะในเกมถัดไปในทันที ไม่มีพลาดสม่ำเสมอแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

ถ้าเกิดเทียบกันแล้วในขณะนั้น จุดบกพร่องของหงส์แดงที่มาเพิ่มเติมเป็น "ขาดความเชื่อมั่น" ในทีมซะแล้ว แล้วฟุตบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ ช่องทางบกพร่องมีสูง ช่องทางแพ้มีมากไม่น้อยเลยทีเดียว ช่องทางชนะมีน้อยในทันที

ดังนั้น…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

1 การจัดการปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง และเกมรุกจะมีไอเดียเยอะแยะแค่ไหน มีอะไรมาเพิ่ม และแนวทางการเล่น…เล่นด้วยความเชื่อว่าทำเป็นหรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ งงงันๆเงอะๆกันไป

2 สเปอร์ส เองเจอทีมในกรุ๊ปทอป 6 จำต้องสอบได้ให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

ส่วนเนื้อหาการแก้ไขอะไรนั้น ผมว่ารอดูหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

ฟันธงมั้ย…

ชนะ, เสมอ และ แพ้ได้ เท่ากันทั้งหงส์และไก่ ขอรับ ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน ด้วยเหตุว่าคู่นี้เท่ากันหมดทุกอย่างในเกมฟุตบอล ณ เวลานี้

11 นัดสุดท้าย

เสียงตะเบ็งแฟนบอลเชลซีดังสนั่นหวั่นไหวสนามโอลิมปิก ''พวกเรากำลังจะครอบครองแชมป์ลีก''

แม้ อันโตนีโอ คอนเต้ ไม่เห็นด้วยรวมทั้งยังไม่หวั่นไหวกับสิ่งนี้ "ผมยังไม่คิดไกลขนาดนั้น ขอ 26 แต้มที่เหลือโน่นคือจุดมุ่งหมาย"

บอกแบบงี้คือพร้อมเป็นแชมป์นั่นแหละครับ

เชลซีเปิดศึกลอนดอน ดาร์บี้ อันยอดเยี่ยมในเหตุผลที่ว่าเพราะเหตุใดกลุ่มจากลอนดอนมักมีปัญหาเรื่องการลุ้นแชมป์ลีก เนื่องจากพวกเขามีกลุ่มตัดแต้มขั้นต่ำปีละ10 นัดหมาย

สหายๆในลอนดอนมีมาตรฐานระดับค่อนข้างไม่ดีทีเดียว พร้อมตัดแต้มได้ทุกที จะในหรือนอกบ้านเรียกว่ามันเป็นงานยากสำหรับการลุ้นแชมป์ของกลุ่มในลอนดอนสักครั้งมหนึ่ง นอกจากพบศึกชานเมืองแล้ว ในเมืองนี่แหละสำคัญไม่แพ้กัน

เชลซี คือกลุ่มที่ทำสถิติชนะในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ สูงที่สุด 118 ครั้ง มากที่สุดในบรรดากลุ่มร่วมมหานครใหญ่ มากยิ่งกว่าอาร์เซนอล 1 นัดหมาย รวมทั้งนี่อาจเป็นเหตุผลหลักสมัย โชเซ มูรินโญ เข้ามาดำเนินการ

จัดแจงเก็บคะแนนลอนดอน ดาร์บี้ ซะก่อน

เวสต์หมูแฮม, อาร์เซนอล, สเปอร์ส, คริสตัล พาเลส คราวก่อนมีฟูแล่มแถมมาอีก เดี๋ยวนี้กลุ่มลอนดอนในลีกสูงสุดมี 5 กลุ่มแล้วก็เชลซีด้วย ฝั้งเหนือก็สเปอร์ส, อาร์เซนอล ฝั่งตะวันออก เวสต์หมูแฮม ตะวันออกเฉียงใต้ คริสตัล พาเลส

ส่วนวัตฟอร์ด ไม่ใช่กลุ่มจากลอนดอน….เป็นเมืองเล็กๆอยู่ติดลอนดอนตอนเหนือ ไม่ไกลจากเวมบลีย์ จะพูดว่าเป็นคล้ายรังสิต อาจจะคิดภาพออกครับ

ด้วยเหตุดังกล่าว 8 นัดหมายใน 4 กลุ่มที่ต้องพบคือ 24 แต้ม

เชลซี เก็บแต้มยากจากลอนดอน ดาร์บี้แล้วทั้งสิ้น 15 แต้มจากชัยชนะ 5 แพ้ 2 คือแพ้อาร์เซนอล 0-3 แพ้สเปอร์ส 0-2 แต่แพ้สองทีมนี้พวกเขาก็วนกลับมาชนะ พอๆกับมิได้ไม่เสีย ส่วนอีกสามนัดหมายชนะพาเลส, เวสต์หมูแฮม ไปกลับ เหลือเกมสุดท้ายในลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ จะยากหรือง่ายสังกัดแต้มครั้ง

ส่องดูประตู 2 บานของผีแดง

ประตูสู่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ของพวกพ้องปีศาจแดงและทุ่งนาต่อไปนี้มีอยู่ร่วมกัน 2 บาน

บานแรกคือต้องจบฤดูด้วยชั้น 2 ถึง 4 ของพรีเมียร์ลีกให้จงได้ (ชั้น 1 เชลซี จองไว้เรียบร้อย)

บานถัดมาคือต้องได้แชมป์ ยูโรปา ลีก เพียงสถานที่เดียวเท่านั้น

ถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด กะซวกแชมป์ ยูโรปา ลีก ในฤดูนี้ได้สำเร็จ พวกเขาจะได้ไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูหน้าอย่างแน่แท้ แถมเข้ารอบแบ่งกลุ่มเลย ไม่ต้องมา "เพลย์-ออฟ" ให้เสียเวล่ำเวลา

สมมุติว่าถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด ครองแชมป์ถ้วยเล็กของยุโรปได้สำเร็จ แต่ไม่ติด 4 อันดับแรกของตารางพรีเมียร์ลีก ถามว่ากลุ่มจากอังกฤษจะได้เข้าร่วมศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งสิ้นกี่กลุ่ม?

หัวข้อนี้เป็นที่แย้งกันมาตลอด
เพื่อความเด่นชัดและเข้าใจตรงกัน ผมขออนุญาตชี้แจงถึงหัวข้อนี้เป็นข้อๆหลังจากทำการค้นหาข้อมูลและศึกษากฏข้อตกลงอย่างละเอียดถี่ถ้วน

1. ถ้าเกิด แมนฯ ยูไนเต็ด ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก แต่ดันไม่ติด 4 อันดับแรกของตาราง กลุ่มจากอังกฤษจะได้ไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งสิ้น 5 กลุ่ม

ย้ำอีกครั้งว่า 5 กลุ่มครับ และนั่นนับได้ว่ากลุ่มชั้น 4 พรีเมียร์ลีก ได้ไปเล่นแน่ๆ – อันนี้ขอรับรองหนักแน่น

เรื่องที่ทำให้ประชาชนรู้ผิดอย่างจงหนัก คือเมื่อฤดูที่แล้ว เซบิญ่า ได้แชมป์ ยูโรปา ลีก แต่หลุดจากการเป็น 1 ใน 4 อันดับแรกของตาราง ลา ลีกา – ประเทศสเปน ก็เลยได้โควต้าทั้งสิ้น 5 กลุ่ม ทว่า บียาเรอัล กลุ่มชั้น 4 ดันพลาดท่าพ่าย โมนาโก ที่ฝรั่งเศสในรอบเพลย์-ออฟ เสียก่อน ทำให้กลุ่ม "เรือดำน้ำสีเหลือง" มิได้เข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม ประชาชนเลยรู้ผิดคิดว่ากลุ่มจากดินแดนวัวกระทิงดุได้เข้าไปเล่นใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 กลุ่ม โดยกลุ่มชั้น 4 อย่าง บียาเรอัล ถูกแชมป์ ยูโรปา ลีก อย่าง เซบิญ่า แทรกออกไป

2. ต่อคำถามที่ว่าในฤดู 2011-12 เชลซี ครองแชมป์ถ้วยใหญ่ยุโรป แต่จบชั้น 6 ของพรีเมียร์ลีก ทำให้พวกเขาได้เข้าไปเล่นในฐานะแชมป์เก่า ในขณะที่กลุ่มชั้น 4 ของตารางอย่าง สเปอร์ส ต้องอดไปเล่นในถ้วยใหญ่ยุโรปซะงั้น

เหตุเพราะในขณะนู้น "ยูฟ่า" ยังมิได้แก้กฏ โดยอนุญาตให้แต่ละประเทศมีสิทธิ์เข้าร่วมศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นจำนวนสูงสุดที่ 4 กลุ่มเท่านั้น มากกว่านี้มิได้

'น้องไก่' ที่อุตส่าห์ได้ชั้น 4 พรีเมียร์ลีกในฤดูนั้นเลยโชคร้ายไปด้วยเหตุฉะนี้

3. เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ยูฟ่า ก็เลยกระทำการแก้กฏใหม่ โดยมอบ "สิทธิพิเศษ" ให้ผู้ครอบครองตำแหน่งแชมป์ ยูโรปา ลีก เข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มของ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เลย (ดังนี้เพื่อเพิ่มแรงกระตุ้นให้แต่ละกลุ่มเน้นในรายการนี้เยอะขึ้นเรื่อยๆ) เวลาเดียวกันก็เพิ่มโควต้าให้กลุ่มจาก ประเทศสเปน, เยอรมัน และอังกฤษ ทั้งสิ้นเพียงแค่ 3 ประเทศ สามารถเข้าร่วมศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นจำนวนสูงสุดที่ 5 กลุ่ม (ในกรณีที่แชมป์ ชปล.หรือ ยูโรปา ลีก ไม่ติดท็อปโฟร์) เนื่องมาจากสโมสรจากทั้ง 3 ประเทศนี้มีสัมประสิทธิ์ในถ้วยนี้ดียิ่งกว่าสโมสรจากประเทศอื่นๆในยุโรป

4. ย้อนกลับไปในฤดู 2004-05 ลิเวอร์พูล ครองแชมป์ยุโรปเป็นอย่างมากใหญ่ (อันทำให้เกิดกลุ่มคำว่า "แชมป์ยุโรป 5 สมัย" ที่เด็กหงส์ชอบประกาศให้ประชาชนได้รับทราบ) แต่ฤดูนั้น ผู้ร่วมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ ดันไม่ติด 4 อันดับแรกของพรีเมียร์ลีก นั่นคือทีแรกที่เรื่องราวแบบงี้เกิดขึ้น ทำให้ "ยูฟ่า" เพิ่มโควต้าให้กลุ่มจากอังกฤษเป็นกรณีพิเศษเป็น 5 กลุ่ม โดยไม่ตัดชั้น 4 (เอฟเวอร์ตัน) ออกไป แล้วค่อยกลับมาเป็น 4 กลุ่มเหมือนเดิมในฤดูถัดมา ก่อนที่จะแก้กฏใหม่จากที่เรียนไว้ในข้อ 3

5. กรณีเดียวที่กลุ่มชั้น 4 พรีเมียร์ลีกในซีซั่นนี้จะอดไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คือ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องครองแชมป์ ยูโรปา ลีก โดยที่ตนเองไม่ติด 4 อันดับแรก และ เลสเตอร์ สิตี้ ทะลึ่งครองแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จนั่นแหละ

หวังว่าคงแจ่มกระจ่างครับ จะได้ไม่ต้องสงสัยหรือแย้งกันอีก

ต่อไปนี้กลับไปที่ประตูสู่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทั้งW882 บานของ แมนฯ ยูไนเต็ด อีกครั้ง

บานที่ 1 คือต้องติด "ท็อปโฟร์" ให้ได้ โดยถ้าได้ชั้น 4 ก็ต้องลงเล่นตั้งแต่รอบเพลย์-ออฟ

สถานการณ์ล่าสุด ผู้ร่วมทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ สามารถสลัดชั้น 6 ที่กอดเอาไว้อย่างแนบแน่นแบบเต็มทีเป็นเวลากว่า 100 วันได้สำเร็จแล้วครับ

ช่วงนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ตามหลังกลุ่มชั้น 4 ของตารางอย่าง ลิเวอร์พูล อยู่เพียง 4 แต้ม แถมแข่งขันน้อยกว่าถึง 2 นัด

มีความหมายว่าถ้าเกิดกะซวกชัยได้ทั้ง 2 นัด ในเกมหลงเหลือ กลุ่มปีศาจแดงก็จะมีแต้มมากกว่าหงส์แดงโดยทันที

ปัญหาของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือ 11 นัดที่หลงเหลืออยู่ในฤดูนี้ของพวกเขามีศึกหนักระดับอภิพญามหายุทธให้ต้องพบเจออีกถึง 4 นัด

– เชลซี ในวันที่ 16 เดือนเมษายน (โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด)

– ศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ในวันที่ 27 เดือนเมษายน (เอติเตียนฮัด สเตเดี้ยม)

– อาร์เซน่อล ในวันที่ 6 เดือนพฤษภาคม (เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม)

– สเปอร์ส ในวันที่ 13 เดือนพฤษภาคม (ไวท์ ฮาร์ท เลน)

นี่คือ "บิ๊กแมตช์" ทั้ง 4 เกมที่เหลือของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในฤดูนี้ ในขณะที่ ลิเวอร์พูล ไม่ต้องเจอกับกลุ่มที่ขนาดใหญ่กว่าตนเองอีกแล้ว

เฉพาะอย่างยิ่งในม.ย.เพียงเดือนเดียว พวกพ้องปีศาจแดงต้องลงเตะแบบลืมติ๋มถึง 9 นัดร่วมกัน!

ต้องเซิ้งกับคู่ปรปักษ์จนถึงขาลากถึง 9 นัดไม่พอ อาการขาดผู้เล่นสำคัญดันบุกมาเยี่ยม แมนฯ ยูไนเต็ด เอาปัจจุบันนี้เข้าให้อีก

ฟิล โจนส์, คริส สมอลลิ่ง, ปอล ป๊อกบา และมารูยาน เฟลไลนี่ มีลักษณะอาการบาดเจ็บครับ ในขณะที่ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ อันเดร์ เอรร่า เหลือโทษแบนอีกคนละ 1 นัด ส่วน บาสเตียน ชเหล้าองุ่นสไตเกอร์ กับ มอร์กกาน ชไนเดอร์ลิน ก็ถูกปลดปล่อยออกมาจากกลุ่มไปแล้ว

โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังจะประสบปัญหาในการจัดกลุ่มอย่างเป็นไปไม่ได้เลี่ยง ตั้งแต่วันเสาร์นี้เป็นต้นไป แถมยังต้องสลับสับเปลี่ยนหมุนวนผู้เล่นให้เหมาะสมกับเกมมากที่สุดในตอนหฤโหดนี้อีกต่างหาก

มันก็เลยทำให้เกิดคำถามที่ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด ควรจะทิ้งแนวทางการทำชั้นในพรีเมียร์ลีกไปเลยดีไหม เพื่อเบนเป้าไปที่ ยูโรปา ลีก เพียงรายการเดียวไปเลย

ตกลงใจทิ้งพรีเมียร์ลีก ด้วยการจัดตัวสำรองหรือดาวรุ่งลงในสนามพลางเก็บผู้เล่นตัวหลักไว้ในเกมสำคัญเท่านั้น โดยเฉพาะในศึก ยูโรปา ลีก ที่เดินทางมาถึงรอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุดแล้ว

แบบงี้ "มูมู่" คงทำใจทุกข์ยากลำบากอยู่เช่นเดียวกันครับ ในเมื่อคุณอุตส่าห์ไล่บี้กลุ่มชั้น 4 เหลือแค่ 4 แต้มเท่านั้น โดยมีเกมในกำมืออีกถึง 2 นัด

อุตส่าห์ปีนป่ายมาเต็มที่นี้แล้ว มันคงโชคร้ายห่วยเลยครับ ถ้าต้องฝืนใจทิ้งการช่วงชิงชั้น 3 หรือ 4 ไปทั้งๆที่จังหวะยังคงเปิดกว้าง

สำหรับประตูบานที่ 2 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด คือตำแหน่งแชมป์ ยูโรป้า ลีก ซึ่งถึงช่วงนี้เส้นทางสู่ตำแหน่งแชมป์เหลือแค่ 5 เกมเท่านั้น

แล้วดูชื่อคู่ปรปักษ์ที่หลุดเข้ามาในรอบ 8 กลุ่มท้ายที่สุด ขอบอกว่าไม่มีกลุ่มไหนที่ชื่อชั้น – เกียรติ – ศักยภาพ และฟอร์มการเล่นที่เหนือกว่าปีศาจสามง่าม ทั้ง อันเดอร์เลชท์, เซลต้า บีโก้, เทียมงค์, อาแจ๊กซ์, ชาลเก้, ลียง และเบสิคตัส

แบบงี้ถ้าเกิดมิได้เข้าถึงชิงฯ เป็นอย่างน้อย นับว่า "เสียสุนัข" ครับ

ถ้าทะลึ่งไม่ได้แชมป์ ขอบอกว่าโชคร้ายมาก เนื่องจากคงไม่ได้โอกาสที่งดงามกว่านี้อีกแล้ว

ประหนึ่งมีหญิงสาวที่สวย เพียบพูนด้วยเสน่ห์ น่ารักน่าเอ็นดู และเย้ายวนกำลังเต้นระบำอย่างยั่วอยู่ข้างหลังประตูทั้ง 2 บานจนถึงเลือกผิดนั่นแหละ แม้ประตูบานหนึ่งจะน่าเข้าไปมากกว่า แต่ก็ตัดประตูอีกบานออกไปไม่ลงหรอก

ในเมื่อมีประตูถึง 2 บานเปิดอยู่ตรงหน้า แถมข้างหลังประตูมีสาวสวยกำลังโก่งบั้นท้ายพลางกวักมือเรียกให้เข้าไปกะโผลกกะเผลก เชื่อว่ากุนซือผู้มีลักษณะอาการทางด้านจิตอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ จะไม่ตกลงใจเลือกเข้าประตูเพียงบานเดียวอย่างแน่แท้ครับผม

เพียงแต่นั้นอาจไม่มีความต่างจากการจับปลา 2 มือ

เมื่อเลือกประตูบานใดบานหนึ่งมิได้ก็ได้โอกาสเหมือนที่จะพุ่งชนเสาตรงกลางระหว่าง 2 ประตูจนถึงหงายท้องลงไปชักกับพื้น ซึ่งถ้าเกิดเป็นแบบนั้นขึ้นมาจริงๆเรียนตามตรงว่าไม่ได้อยากจะคิดเลยครับผมคุณ

ดังนั้น & ฉะนี้

นี่คือบทพิสูจน์ความสามารถของ โชเซ่ มูรินโญ่ อีกครั้งว่าจะจัดแจงกับสถานการณ์ที่ลักลั่นแบบงี้ยังไง โดยคาดว่าพี่มึงจะว่ากันไปทีละนัด-ทีละนัด พลางปลดปล่อยให้สถานการณ์เฉพาะหน้าเป็นตัวกำหนดว่าเขาจำเป็นที่จะต้องตกลงใจยังไง

เชลซีทางไม่เรียบ

ความพ่ายแพ้ของเชลซีต่อ คริสตัล พาเลส เกิดเรื่องเกิดขึ้นได้ เพียงแต่ว่ามันน่าจะเป็นเพียงแค่เกมเดียวที่เรียกว่า one off แพ้แล้วแพ้ไป…กลับมาชนะได้โดยทันที สถานะการณ์ตอนนี้เป็นนำสเปอร์ส 7 แต้มแข่งขันเท่ากันเป็นกลุ่มสเปอร์สที่เป็นผู้ท้าชิงตัวจริงมากยิ่งกว่าทุกครั้งม จังหวะไม่เป็นใจที่โปรแกรมมาแข่งขันพร้อมคืนวันพุธ …เป็นถ้าสเปอร์สเตะก่อนแล้วชนะ แต้มเหลือ 4 น่าจะมีผลให้เกมคู่เชลซีต้อนรับการมาเยือนของแมนฯสิตี้ เข้มข้นยิ่งนัก
แต่ว่าเมื่อโปรแกรมออกมาอย่างนี้แล้วนำ 7 แล้วเตะวันเดียวกันก็ลุ้นกันไปสองสนาม ที่สำคัญเกมนี้หลายทีมร่วมลุ้นกับเชลซีด้วยโดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล, อาร์เซนอล แล้วก็แมนฯยูไนเต็ด เป็นเชียร์ให้เชลซีปิดบัญชี เรือใบสีฟ้าไปเลย
ว่ากันถึงสถานะการณ์ของเชลซีก่อนลงสนามนัดหมายนี้ก็มีแรงกดดัน ความตึงเครียดกันบ้าง ภายหลังจากพ่ายคริสตัล พาเลส ติดอยู่บ้าน มันเหมือนมีอะไรมากระตุกต่อมสู้ของเชลซี ไม่ให้ต่ำลงไป นี่เป็นดีที่แต้มนำ 10 ทำให้ความพ่ายแพ้ในลักษณะอย่างนี้ มันเป็นเชิงบวกมากยิ่งกว่าลบ
แพ้นัดหมายเดียว..อย่างที่บอก เกมนี้อาจพบกลุ่มใหญ่อย่างแมนฯสิตี้ แต่ว่าเอาเข้าจริงๆจุดบอดของสิตี้ มากมายเลย แล้วก็เชลซี ก็ไม่ควรต้องเล่นเพื่อชนะ เล่นรัดกุม คอยตีหัวเข้าบ้าน เพื่อสามคะแนน ง่ายดายยิ่งกว่า
แม้ย้อนไปดูผลงานในเกมที่แพ้พาเลส คงโทษคนใดกันมิได้เว้นเสียแต่เกมรับของตัวเองที่ เสียสมาธิแล้วก็ออกลูกประมาท วิลฟรีด ซาฮา กับ เบนเตเก้ มากเกินความจำเป็น
ทั้งเกมเชลซีมีโอกาสซัดประตูตั้ง 24 ครั้งเข้ากรอบ 11 แต่ว่าได้มา 1 ส่วนพาเลส ยิงไป 8 เข้ากรอบ 3 เป็นสองประตู เกมอย่างนี้มันมีเกิดขึ้นแน่นอนปัญหาที่ อันโตนีโอ คอนเต้ จำเป็นต้องปรับก่อนต่อกรกับเกมรุกสุดอันตรายจากแมนฯสิตี้เป็น…อย่าเสียท่าเสียประตูก่อนประเดี๋ยวจะบีบคั้นตนเองเปล่าๆเกมที่เจอกับพาเลส มันเป็นแรงกดดันอย่างหนึ่งที่ดันไปเสียประตู 2-1 แบบไม่เคยรู้เนื้อรู้ตัว
ด้วยเหตุผลดังกล่าวเกมนี้ คอนเต้ จำเป็นต้องปรับจูนเกมรับใหม่เพื่อรัดกุม ไม่พลาดและไม่เสีย เนื่องจากว่าจะว่าไปเกมรับเชลซีอย่างไรก็ยังดูเหนียวกว่าแมนฯสิตี้ เยอะแยะ ด้วยเหตุผลดังกล่าวเกมนี้ คอนเต้ คงจะกลับไปยึดสูตรการเล่นแบบเดิมเป็นใช้กึ่งกลางรับสองคน กองเต้ จะยืนคู่กับ มาติชหรือ ฟาเบรกาส ซึ่งนัดหมายที่แพ้พาเลส ส่งพร้อมสามคนเลย เชสก์ดันขึ้นไปสูงหน่อย…
นัดหมายนี้อาจจำเป็นต้องส่ง วิลเลียน ลงมาเล่นเกมนี้พร้อมกับ เปโดร แล้วก็ เอดินแดน อาซาร์ โดย คอสต้า ค้ำหน้า แนวรับชุดเดิม เพียงแค่ปรับพฤติกรรมผู้เล่นในดินแดนกึ่งกลางเท่านั้น ผมเดาจิตใจ คอนเต้ ว่าคงจะเลือก ฟาเบรกาส เล่นกับ กองเต้ เนื่องจากว่า ฟาเบรกาส เปิดบอลยาวแม่นกว่า มาติช

การเล่นจังหวะสวนกลับอย่างนี้ ฟาเบรกาส มีสาระ เนื่องจากว่าอย่างไร แมนฯสิตี้ ไม้่มีทางเลือกแล้วก็กลุ่มเป๊ป คงจำเป็นต้องเล่นเกมรุกเข้าพบ หรือไม่ก็ถอยคุมโซน ถ้าถอยก็เข้าทางเชลซี ที่จะเล่นเกมไปตามจังหวะ ถึงแม้ว่าจะบุกเข้าพบยิ่งเข้าทางตอบโต้กลับเชลซีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ว่าเป๊ป จะเลือกคนใดกันลงสนาม ออตาเมนดี, สโตน, คลิชี, ซาบาเลต้า ท่ีคงจะวิ่งลงสนามแทน นาบาส ที่นัดหมายก่อนเป็นแบกขวา เกมนี้ดินแดนกึ่งกลางอาจจำเป็นต้องใช้ ยายา ตูเร ลงเล่นกับ แฟร์นานดินโญ ตอนนี้สลากกินแบ่งในเกมรุกจะไปออกที่คนใดกันจำเป็นต้องนั่งดู
ดาบิด สิลบา, ราฮีม สเตอริง ที่นัดหมายก่อนแผ่วไป เลอรอย ซาเน ทอปฟอร์ม แล้วก็ เควิน เดอ บรอยน์ เป็นหัวใจเกมรุกของกลุ่ม กุน อเกรโร หน้าเป้าเหมือนเดิม ถ้าให้เดาจิตใจ เป๊ป คงจะพัก สิลบา เนื่องจากว่าตำแหน่งบางทีอาจจะทับกับ เดอ บรอยน์ เนื่องมาจากเกมนี้จำเป็นต้องส่ง ยายา ตูเร ลงมาช่วยเกมดินแดนกึ่งกลางนั้นเองครับ
จัดแบบไหน…แนวคิดของ เป๊ป คงเฝ้าบ้านมิได้ละครับ จำเป็นต้องออกมาเดินเกมรุกใส่เชลซี เนื่องจากว่าพวกเขาต้องการความมีชัยมากยิ่งกว่า ต้องการยิงประตู ถ้ามัวแต่คุมโซน รักษาเชป เอาไว้ในดินแดน ดูท่าว่าไม่น่าคอย
เป๊ป คงจะเน้นเกมพาสสิง เข้าพบบุกเข้าใส่ วัดกับเชลซี ด้วยเหตุผลดังกล่าวจุดนี้จึงเป็นการฉกชิงพื้นที่ดินแดนกึ่งกลางว่าคนใดกันจะคุมเกมได้มากยิ่งกว่า
กองเต้ คู่ ฟาเบรกาส ปะทะ กึ่งกลางรุกของสิตี้หมายถึงเดอ บรอยน์ แล้วก็จะมี ยายา ตูเร ดันขึ้นมา ส่วนแฟร์นานดินโย จำเป็นต้องเจอกับ อาซาร์ ให้ปวดศรีษะเล่น งานนี้สู้กันถึงพริกถึงขิง แล้วก็เกมมีลัษณะทิศทางจะออกมาดุเดือดเลือดพล่านอย่างไม่ต้องสงสัยถ้าเล่นเกมออกมาแนวนี้…เชลซี คงจะชิงเหลี่ยมของเกมไว้ได้ดีกว่า
ชั่วโมงนี้ไม่ใช่ว่า แมนฯสิตี้ ไม่อาจจะเจาะแนวรับเชลซีได้ แต่ว่าสิ่งที่น่ากังวลเป็น สโตน กับ ออตาเมนดี ไม่น่าจะต่อกรกับ คอสต้า แล้วก็ อาซาร์ ได้อยู่ โน่นแล้วก็ เปโดร กับ วิลเลียน ที่หวือหวา รวดเร็วทันใจ จุดวินิจฉัยแพ้ชนะเกมนี้คงจะอยู่ที่เกมรับสองฝั่งมากยิ่งกว่าเกมรุก
คล้ายกับที่ลิเวอร์พูลเสมอแมนฯสิตี้ ซึ่งเกมรับพลาดทั้งคู่ฝั่ง แต่ว่าเกมรุกไม่เด็ดขาดเอง ปิดบัญชีกันมิได้ แต่ว่าเกมนี้มีความต่างตรงที่ เกมรับเชลซี รัดกุมกว่าเด็กหงส์ แล้วก็รัดกุมกว่า เรือใบ ที่ตรงนี้เป็นงานยากของ เป๊ป เมื่อมองมายังเกมรับของตัวเองที่พึ่งเสียให้ปืนไปสองลูก
รับประกันว่า…นัดหมายนี้มีเสียประตูให้เชลซีแน่นอนครับ แล้วถ้าซะก่อน ผมมั่นใจว่าเที่ยวนี้จะไม่พลาดเมหือนนัดหมายปัจจุบันอีกแล้ว โน่นเป็นการเสียสถิติที่นำก่อนแล้วแพ้ในเกมเป็นครั้งแรก แต่ว่าคราวนี้ถ้าเชลซี นำก่อน
จุดที่น่าสนใจเป็น เป๊ป จะมีผลให้เกมรับของพวกเขาหรือการจัดระเบียบเกมรับ รัดกุมเยอะที่สุดได้อย่างไร คอสต้า, อาซาร์, วิลเลียน, เปโดร แถมด้วย ฟาเบรกาส ขึ้นเติมเมื่อรุก ดูผลงานในลีกแล้วจำเป็นต้องยอมรับว่าเกมรับของทุกครั้งมโดนกันหมดถ้วนหน้า ด้วยเหตุผลดังกล่าว เป๊ป จำเป็นต้องติวเข้มการเล่นเกมรับเพื่อต่อกรกับมหันตภัยในเกมรุกของเชลซีที่เอ่ยนามมาทั้งสิ้น

แล้วมุมอื่นมีอะไรอีกมั้ย ผมคิดว่าคงไม่มีโชคชะตา หรือการวินิจฉัยผิดพลาดอะไรมาส่งผลต่อเกมนี้ มันสู้กันด้วยแทกติกของโค้ชสองฝั่ง แล้วก็ผมมองว่า คอนเต้ จำเป็นต้องจี้จุดบอดแมนฯสิตี้ เป็นทำไงก็ได้ให้มีพื้นที่ มีช่องว่าง แล้วก็ตอกย้ำซ้ำเติมความหละหลวมที่เกิดขึ้นตลอดทั้งซีซั่น 32 ลูกที่เสียไปเฉลี่ยโดนนัดหมายละหนึ่งลูกแน่นอนแล้วเป็นกลุ่มในกรุ๊ปทอปที่เสียประตูมาก…เพียงแค่เสียน้อยกว่าเด็กหงส์เพียงเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่เหมาะสำหรับการประสบความสำเร็จอะไรเลย เมื่อเกมรับยังสะเพร่าขนาดนี้ ถึงแม้ว่าจะพื่้นที่ ชปล. บางทีอาจจะวืดได้

 

ยูเวนตุสเตรียมทาบ ”เอล โชโล่” แทน น้ากี้

ม้าลายเตรียมเดินหน้าทาบทาม ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เข้ามารับงานคุมทีมต่อจาก มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ที่กําลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่าจะเข้ารับงานคุมอาร์เซนอล

 

กุนซือวัย 49 ปีเหลือสัญญาอยู่ในถิ่นตูรินอีกเพียง 1 ปีและกําลังตกเป็นข่าวว่าจะไปสานงานต่อจาก เหี่ยว นายใหญ่ของอาร์เซนอลที่กําลังจะหมดสัญญาลงในซัมเมอร์ที่จะถึงนี้

 

ด้วยเหตุเป็บเป้ มาร็อตต้า ผู้อำนวยการทีม''ม้าลาย''จึงต้องหากุนซือคนใหม่เข้ามาแทนโดยเล็งไปที่ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่ ซิเมโอเน่ ของแอตเลติโก้ มาดริดที่สนใจจะกลับมา กัลโช่ เซเรียอา อีกครั้งเหมือนสมัยยังเป็นนักเตะ

ผอ.สิงห์หนุ่มปัดขาย ดาฮูด ให้โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

แม็กซ์ เอเบิร์ล ผอ.กีฬา โบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ปฏิเสธข่าว มาห์มูด ดาฮูด ดาวเตะอนาคตไกลที่กําลังจะย้ายไปค้าแข้งให้กับ ดอร์ทมุนด์

สื่อเยอรมันรายงานว่า มิดฟิลด์วัย 21 กะรัต บรรลุข้อตกลงย้ายซบทีมดอร์ทมุนด์ แล้ว ซึ่งเขาเหลือสัญญาอีกเพียง 1 ปีกับต้นสังกัด

ทั้งนี้ ล่าสุดผอ.กีฬา ของทีมโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัค ได้ออกโรงปฏิเสธข่าวดังกล่าว และแสดงเจตนาว่าพวกเขายังต้องการต่อสัญญากับดาวเตะตัวเก่งต่อไป

บาร์ซ่าเคลื่อนยานดูด เบเญริน จากอาร์เซนอล

 

บาร์ซ่า สโมสรยักษ์ใหญ่แดนกระทิงเตรียมเดินหน้าทาบทาม เฮคเตอร์ เบเญริน กองหลังความเร็วแสงของ ปืน มารวมทีม

 

กองหลังวัย 21 ปีพึ่งต่อสัญญากับทีมออกไป 6 ปีครึ่งเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว

 

แต่ด้วยข่าว อาร์แซน เวนเกอร์ ที่อาจไม่ต่อสัญญาคุมสังกัดเดอะกันเนอร์ต่อไป อาจทําให้เจ้าตัวทบทวบเรื่องย้ายทีมขึ้นมา

 

บาร์ซ่าประสบปัญหาอย่างหนักในการหาตัวแทนของ ดานี่ อัลเวส ในตําแหน่งแบ็คขวาโดย อเล็กซ์ บิดัล ที่ดึงเข้ามาแทนก็ได้รับบาดเจ็บพักยาว