สุดมันส์ หงส์ vs ไก่

บิ๊กแมตช์คงจะสุดสัปดาห์นี้…คงจะไม่มีอะไรมากไปกว่าการฉกฉวยสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์ส
ภายใต้แรงกดดันคนละแบบสองแบบ
แน่นอนขอรับ…ในทางทฤษฏีพวกเราสามารถอ้างได้ว่าสองทีมนี้ยังมีความหวังอยู่บ้างในการลุ้นแชมป์ แต่ในทางปฏิบัติ ในทางความรู้สึก ในทางประสบการณ์ของแฟนบอลและงานข่าว เชื่อมั่นได้ว่า สเปอร์สกับ ลิเวอร์พูล ถูกตัดชื่อออกไปจากสาระบบการลุ้นแชมป์เป็นระเบียบแล้ว
แม้เหลืออีก 14 นัดหมายและนัดหมายปัจจุบันด้วย…แต่เชื่อเถอะว่า จนถึงแฟนหงส์เองยังสั่นหน้า แฟนไก่รู้สึกถอดใจกับทั้งช่องว่างที่ห่างและฟอร์มของเชลซี "หัวหน้าฝูง" ที่ยังเสมอต้นเสมอปลาย ไม่เสียท่าอะไรกล้วยๆ
มีแต่สิงห์บลูจะมุ่งหน้าเข้าหาแชมป์ขึ้นทุกอาทิตย์
โอเคขอรับ…มาว่ากันถึงเกมบิ๊กแมตช์ระหว่างลิเวอร์พูลกับสเปอร์สที่แก่งแย่งสามคะแนนเพื่อพื้นที่ยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก ถามว่าใครหนักกว่ากันมันคนละแบบ
หงส์แดง บางทีอาจจะหนักในแง่ที่ว่าก่อนลงไปในสนามพวกเขาได้โอกาสตกไปอยู่ชั้น 6 ด้วยเหตุว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชั้น 6 จี๋มาเหลือ 1 คะแนน พวกเขาลงไปในสนามก่อนพบกับวัตฟอร์ด ถ้าเก็บสามแต้มได้ ซึ่งมั่นใจว่าช่องทางเก็บสามแต้มนั้นมีแน่
"ซาตานแดง" จะแซงขึ้นชั้น 5 หรือดีกว่านั้นเป็นชั้นสี่ถ้าเกิดอาร์เซนอลในช่วงหัวค่ำดันแพ้ฮัลล์ ซิตี้ คาบ้าน
ถึงจุดนี้ฟุตบอลเป็นศาสตร์ที่พัฒนาต่อได้เท่ากัน สามารถแพ้ชนะกันได้ในเกมเลย ไม่มีใครดีกว่าเป็นรองมากสักเท่าไรนัก ทีมขนาดเล็กพร้อมสุ้ พร้อมฝ่าเพื่อชัยชนะ เพื่อสามคะแนนกับทีมใหญ่ แม้ไม่เหนือกว่ามากสักเท่าไรนัก วางแทกติเตียนกมาแล้วใช้ได้ผล
พวกเขามีสิทธิ์ชนะในเกมเหมือนกัน
จุดที่ทีมขนาดเล็กจะเป็นรองทีมใหญ่มีเรื่องเดียวเป็น "ความเสมอต้นเสมอปลาย" อันมีต้นเหตุจากประสิทธิภาพของทีมแนวลึก ที่คงจะรักษาฟอร์มที่ดีแบบนานๆมิได้ อันนี้เป็นความแตกต่าง แต่ถ้าเกิดเทียบกันเฉพาะแมตช์ต่อแมตช์ แค่ 90 นาที
เหมือนเกมบอลถ้วย เหมือนเอฟเอ คัพ แพ้ไม่เข้ารอบ ชนะไปต่อ วางแทกติเตียนกอย่างนี้ทีมเล็กชนะทีมใหญ่ได้เหมือนกัน
ตัวอย่างมีให้เห็นแล้วทั้งกับสเปอร์ส, อาร์เซนอล, แมนฯยูฯ จนถึงลิเวอร์พูลที่โดนทีมเล็กด้านหลังตารางสอยมาหลายทีมแล้ว
นี่เป็นฟุตบอลสมัยโมเดิร์น ที่ศาสตร์ฟุตบอลพัฒนากระทั่งสามารถเอามาใช้เพื่อแพ้ชนะกันได้ในเกมเดียวกัน แต่ถ้าเกิดจะบอกถึงเกมระยะยาวทั้งซีซั่น ตรงนี้แหละขอรับที่แยกระดับของทีมได้แจ่มกระจ่าง และพวกเราก็เห็นกัน…
ตอนนี้เมื่อทีมใหญ่มาพบกัน… หรือทีมขนาดใหญ่ ที่มีเป้าใหญ่กว่าทีมเล็กมาพบกัน จะออกมาแบบไหนดี

เริ่มที่ ลิเวอร์พูล กำลังเจอหน้ากับวิกฤติการณ์ครั้งสำคัญในสมัยของ เจอร คลอปป์ ถึงขั้นโดนสื่อเอาตัวเลขที่เขาดำเนินงานใน 54 เกมแรกไปล้อเลียนว่าไม่ต่างอะไรจากสมัย เบรนดัน รอดเจอร์ส คุมสักเท่าไหร่

อีกทั้ง…ตั้งแต่แมื่อปี 2017 เริ่มเปิดศักราชมาพวกเขาเหมือนเป็นปีชง…ยังไม่ชนะใครในพรีเมียร์ลีก แถมแพ้ในแอนฟิลด์ต่อเนื่องกัน และผลงานที่เลวร้ายที่สุดตั้งแต่แมื่อหมดสมัยของ รอดเจอร์ส ที่สำคัญเป้าหมายที่ฝันกันเอาไว้…

พังทลาย (ยกเว้นผม ที่ไม่เคยคิดตั้งแต่ตอนแรกว่าหงส์มีลุ้นแชมป์)

เอาดีๆนะ

เจอร คลอปป์กับทีมบริหารเองตั้งเป้าไว้ที่ 4 ตั้งแต่ตอนแรก แต่พอเพียง 13 นัดแรกหรือหนึ่งในสามของระยะทางพวกเขาทำแต้มนำหัวหน้าฝูงและทำตัวเป็นทีมที่ได้โอกาสลุ้นแชมป์ มันก็เลยสร้างความคาดหมายให้กับแฟนหงส์และสื่อมวลชนสายหงส์ที่เมอร์ซีย์ไซด์

go so big อะไรโดยประมาณนั้น

มาถึงจุดนี้….ถ้าเกิดจะถามว่าลิเวอร์พูลเล่นต่ำยิ่งกว่ามาตรฐานอะไรมั้ย ผมรู้สึกว่ามันคงจะไม่ใช่แล้วละครับ ด้วยเหตุว่าข้อเท็จจริงๆเป็นมันมาตรฐานเดิมที่เคยมีนั่นแหละ และเป้าหมายเดิมเป็นลุ้นที่ 4 ซึ่งก่อนเปิดซีซั่นหงส์เป็นเต็ง 6 นะครับ

ว่ากันตามตรง…อย่างที่พวกเรารู้กัน แมนฯซิตี้, แมนฯยูฯ, เชลซี, อาร์เซนอล, สเปอร์ส และลิเวอร์พูล มันถูกคาดเดาและเรียงเอาไว้อย่างนี้อยู่แล้ว

โอเค…กลับมาอยู่ที่เดิมในจุดนี้ และการลุ้นยากลำบากเหมือนที่้คาดการณ์กันเอาไว้เดิมที และใน 14 นัดหมายที่เหลือมันเป็นการรับรองว่าพวกเขาจะเหมาะสี้หรือไม่ และจำต้องช่วงชิงกันสุดชีวิตกับ 4 ขั้นแรกบวกกับแมนฯยูฯ ที่กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น

ถ้างั้น…เจอร คลอปป์ จะขจัดปัญหายังไงในเมื่อเกมรับเป็นปัญหาใหญ่ของทีมไม่อาจถูกแก้ไขหรือปกปิดด้วยเกมรุกอีกแล้ว ด้วยเหตุว่าเมื่อเกมรุกลีบ ทำอะไรคู่ปรปักษ์มิได้ เกมรับที่พร้อมเสียก็ทำให้ทีมแพ้ในทันที

อีกหนึ่งปัญหาที่มากขึ้นเมื่อซีซั่นผ่านไปเป็น "แทกติเตียนก" เกมรับของคู่ปรปักษ์ในลีกกว่า 15 ทีมที่ไม่เปิดหน้าแลกเปลี่ยน และเกมรุกหงส์แดงหมดปัญญาเจาะ แถมไอเดียไม่นานัปการ บอลหน้าเดียว แล้วยังมิได้เล่นเกมที่ถนัดเป็นเพรสซิง ด้วยเหตุว่าไม่เคยทราบจะเพรสอะไร มีแต่ พาส อย่างเดียว

No pressing just passing or knock ball around.They cant get through tight defensive tactical.Lack of idea to break that.

ผมเขียนเองมิได้ลอกฝรั่งมา…เป็นมิได้เพรสหรือรุมแย่งบอล ได้แต่ผ่านบอล หรือเคาะบอลไปมาในสนาม หาทางผ่านเข้าไปมิได้ ขาดไอเดียในการทำลายแทกติเตียนกเกมรับ

อย่างที่เห็นเป็นพอเพียงหาทางเข้าเขตโทษมิได้ แล้วก็ไม่จบด้วยการยิง แล้วพอเพียงส่งบอลพลาดโดนตัดได้ สวนกลับเสียประตู ด้วยเหตุว่าหลังลอย หรือเสียลูกเซตพีส คุ้มครองมิได้ ก็โดนลงโทษในทันที ส่งผลให้ทีมแพ้ติดๆกันมาตั้งแต่แมื่อปีใหม่

บอส เจเค ถูกถามและมีบางบุคคล แฟนหงส์บางบุคคลนะครับ สะเหร่อ บอกไล่ออก และขอแปลงผู้ฝึกสอน

แฟนบอลยุคใหม่กลุ่มนี้มักทำให้แฟนหงส์ส่วนมากเสียเชื่อ…อึกทึก จะแปลงผู้ฝึกสอน อึกทึก ลุ้นแชมป์ ทุกปี

อะไรขอรับ…พวกท่านเอ็ง

เกมนี้ไม่ต้องวิพากษ์วิจารณ์อะไรมาก…และพวกเราก็ยังไม่ทราบว่าบอสเจเค จะขจัดปัญหาเกมรับได้ดีแค่ไหน ด้วยเหตุว่ามันยังแก้มิได้มาตั้งแต่นัดแรกที่ชนะอาร์เซนอล 4-3 จนถึงในช่วงเวลานี้ มีจุดเด่นคือสเปอร์ส ก็ไม่ใช่ทีมที่เน้นย้ำเกมรับ

โน่นอาจทำให้ เกเก้น เพรสซิง ดำเนินงาน…แต่จะเห็นผลหรือไม่เพราะสภาพจิตใจเด็กหงส์ในช่วงเวลานี้ท้อใจและขาดความเชื่อมั่นไปเยอะแยะ

ขณะเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์จัดว่าเป็นทีมในกรุ๊ปนำที่มีพื้นฐานเกมรับดี พลาดยากเสียยาก เกมรุกหวังผลได้ ขาดแค่เกมบางเกมที่พวกเขาควรชนะกลับไม่ชนะ ดันพลาดเสมอ และที่สำคัญสเปอร์ส เจอกับทีมในกรุ๊ปเดียวกันนั้น…

มีอุปสรรคต่อการเอาชนะเหมือนกัน

ถ้าเกิดถามว่าบิ๊กแมตช์ระหว่างหงส์แดงกับไก่มุ่งมาดอะไร

บอกตามตรงไม่ใช่ออกตัว หงส์แดง ยังมีสิทธิ์แพ้คาบ้านได้อีก ด้วยเหตุว่าเกมรับทั้งส่วนตัว แบก, เซนเตอร์ และส่วนระบบเกมรับ เมื่อรวมกับกองกลางมาพ่วงด้วย ยังไม่เยี่ยมเลย มันมันมี mistake เกิดขึ้นได้ตลอด

อ้อ…ผู้เฝ้าประตูด้วย

วันดีคืนดีไม่เคยทราบ มันจะรับบอลกล้วยๆหลุดมือหรือปลดปล่อยบอลลอดขาผ่านเส้นทางเข้าไปหรือเปล่า

จุดเปราะบางมันเยอะแยะ…

ถามว่ากี่เกมแล้วขอรับที่ กองหลังหงส์แดงอยู่ๆมันก็เสียประตูแบบไร้เหตุผล ของฟุตบอล หรือจากการบุกของคู่ปรปักษ์แค่ 1 ครั้งก็เสียแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกโด่งนี่แหละ โดนประจำ และพอเพียงเสียประตูเกมก็เสียไป

บวกกับเกมรุกที่เน้นย้ำบอลช่อง แต่ไม่มีช่องให้เจาะ ด้วยเหตุว่าแน่นหมด รถบัสสองคัน จะเจาะแบบไหน พอเพียงเจาะช่องมิได้ ผ่านบอลกันไปมาก็มิได้ยิง ไม่มีเกมรุกแบบอื่นๆยกตัวอย่างเช่นครอสจากข้างๆ , เซตพีส, ยิงไกล

บอลครอสจากข้างๆยิ่งไม่ต้องหวังเลย…ด้วยเหตุว่ากองหน้่าหงส์มิได้เก่งลูกโหม่ง นานทีปีที จะโหม่งได้ประตู

นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลังจากโดนจับทางได้ และหนทางนี้ใช้ได้ผลแค่ 50% ความหลากหลายไม่มีมากสักเท่าไรนัก ขณะเดียวกันทอตแน่มฮอตสเปอร์ เองเป็นทีมที่ก็มีปัญหาไม่ได้ต่างอะไรกัน บางเกมเล่นดีครึ่งเดียว

บางเกมนึกจะหมดมุขก็ตื้อไปซะงั้น

ลักษณะคล้ายกันเพียงแต่…สเปอร์ส มีดีกว่าหงส์แดงในเรื่องเกมรับที่เหนียวแน่นกว่า รัดกุมกว่า พลาดยากกว่า เบื้องต้นนี้ทำให้สเปอร์ส จะพลาดยากและไม่ปลดปล่อยให้กำเนิดวิกฤติการณ์เหมือนหงส์แดง

แบบหลุดแล้วหลุดเลย…

สเปอร์สจะพลาดยากแล้วถ้าเกิดพลาดจะกลับมาชนะในเกมถัดไปในทันที ไม่มีพลาดสม่ำเสมอแบบหงส์แดง ณ เวลานี้

ถ้าเกิดเทียบกันแล้วในขณะนั้น จุดบกพร่องของหงส์แดงที่มาเพิ่มเติมเป็น "ขาดความเชื่อมั่น" ในทีมซะแล้ว แล้วฟุตบอลที่เล่นด้วยความไม่มั่นใจ ช่องทางบกพร่องมีสูง ช่องทางแพ้มีมากไม่น้อยเลยทีเดียว ช่องทางชนะมีน้อยในทันที

ดังนั้น…บทวิพากษ์บิ๊กแมตช์เกมนี้ ขอให้ติดตาม

1 การจัดการปัญหาเกมรับว่า บอสเจเค จะทำอย่างไรบ้าง และเกมรุกจะมีไอเดียเยอะแยะแค่ไหน มีอะไรมาเพิ่ม และแนวทางการเล่น…เล่นด้วยความเชื่อว่าทำเป็นหรือเล่นด้วยความไม่มั่นใจ งงงันๆเงอะๆกันไป

2 สเปอร์ส เองเจอทีมในกรุ๊ปทอป 6 จำต้องสอบได้ให้ได้เพื่อพื้นที่ชปล.

ส่วนเนื้อหาการแก้ไขอะไรนั้น ผมว่ารอดูหลังเกมจบมาว่ากันเป็นฉากๆมีอะไรบ้าง

ฟันธงมั้ย…

ชนะ, เสมอ และ แพ้ได้ เท่ากันทั้งหงส์และไก่ ขอรับ ไม่ใช่กำปั้นทุบดิน ด้วยเหตุว่าคู่นี้เท่ากันหมดทุกอย่างในเกมฟุตบอล ณ เวลานี้